“แบงค์ ธิติ” ไกด์หนุ่มนำเที่ยวคนใหม่ ที่ขับเคลื่อนชีวิตไปด้วยความรัก

คงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับ แบงค์ ธิติ มหาโยธารักษ์ อายุ 22 ปี นักแสดงวัยรุ่นสุดฮอตที่มาพร้อมกับรอยยิ้มกระชากใจสาวๆ ล่าสุดคลีโอได้มีโอกาสแวะไปนั่งคุยกับแบงค์ อัพเดตชีวิตกันสักหน่อย เลยได้ประเด็นฮอตน่าสนใจเอามาฝากสาวๆ กัน จะกุ๊กกิ้กแค่ไหนมาดูกัน

 

ไลฟ์สไตล์แบบนี้ คือแบงค์

ชีวิตประจำวันของแบงค์เรียบง่ายมาก เวลาว่างๆ นอกจากอยู่บ้าน เขาก็มักจะออกไปเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม มีเวลาจะหาโอกาสไปตลอด หลังจากล่าสุดที่เจ้าตัวเพิ่งกลับมาจากยุโรปก็เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเป็นคนชอบเดินทาง ชอบเที่ยว “ตั้งแต่ไปมาชอบประเทศญี่ปุ่นที่สุด มันเป็นประเทศที่เราได้ไปต่างประเทศครั้งแรก เราไฝ่ฝันอยากจะไปตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว อาหารการกิน คน วัฒนธรรมเขา เราชอบมากๆ แล้วก็มีแอคทิวิตี้ที่อยากเล่นคือสโนว์บอร์ด” ส่วนไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวของแบงค์ก็ไม่ได้มีอะไรตายตัวว่าจะไปเที่ยวที่ไหนเที่ยวแบบไหน เพียงแค่แบงค์ชอบจะออกไปเจออะไรใหม่ๆ ในชีวิตเท่านั้นเอง

ไกด์แบงค์จะพาทุกคนเที่ยวเอง

แอบได้ยินมาว่าล่าสุดแบงค์มีผลงานเป็นพิธีกรรายการท่องเที่ยว Grandpas Over Flowers ป๋าซ่าพาซิ่ง ที่ช่องทรูโฟร์ยู นับว่าเป็นรายการท่องเที่ยวครั้งแรกของเขา เขาเลยตกลงรับทันที เพราะจะได้ไปประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเขาเองไม่เคยไปมาก่อน “โดนหลอกว่าจะไปเจอสาวๆ เราก็เตรียมตัวมาอย่างดีเลย เรื่องการดูแลสาวๆ เราถนัดเลย(ยิ้ม) เพราะครอบครัวบ้านเรามีแต่ผู้หญิงอยู่แล้ว แต่พอมาเจอจริงๆ แล้ว เกมพลิกเป็นปู่ๆ 4 คนเฉยเลย”

“ผมชอบความสนุก มันเลยทำให้ผมเลือกที่จะไปไหนมาไหนกับเพื่อนมากกว่า นี่ก็เลยเป็นครั้งแรกที่ได้มาทำอะไรที่ไม่เคยทำ” นับว่าเป็นรายการแรกที่เอาความแตกต่างของอายุ ของคน 2 Gen มาเที่ยวด้วยกัน แบงค์เลยสารภาพตรงๆ ว่าตอนแรกที่รู้ตัวว่าต้องไปเที่ยวกับแก๊งค์คุณปู่ เขาแอบกังวลเพราะแบงค์เป็นเด็ก อายุห่างกันเยอะ กลัวจะดูแลแก็งค์คุณปู่ไม่ได้ แถมยังกลัวโดนดุด้วย ซึ่งโดยปกติแบงค์แทบไม่ค่อยไปไหนมาไหนกับญาติ หรือผู้อาวุโสที่บ้านเลย  “พออยู่ด้วยกันเรื่อยๆ เราได้ศึกษาเขา เราก็จะมีวิธีการรับมือ วิธีการพูดคุย การเข้าหา อยู่ไปนานๆ ก็รู้สึกว่าเขาเป็นครอบครัว เป็นญาติเรา ก็พาเข้าไปเที่ยว เราก็ค่อยจูนเข้าหากัน ทำให้เราสนิทกัน รู้สึกดีที่ได้มาเที่ยวกับปู่ๆ มันเป็นความรู้สึกที่ต่างไปจากการมากับเพื่อนๆ ไม่ได้กดดัน ไม่ได้เกร็งเหมือนตอนแรก เพราะเรามาสนุกด้วยกัน”

“…ผมได้อะไรมาเยอะมากจากปู่ๆ เขาก็จะคอยแนะนำเราหลายๆ อย่าง เหมือนมีผู้ปกครองคอยสอนเราโดยการเล่าประสบการณ์ของเขาให้ฟัง เราก็จะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของเขา เอามาประยุกต์ใช้กับเราเอง เป็นรายการท่องเที่ยวที่หลากหลายอารมณ์จริงๆ ได้พบเจอกับเรื่องราวของความอบอุ่น ความรักจากปู่ๆ กับตัวผมเอง ฝากให้ดูกันนะครับ”

 

จัดการชีวิตให้ตรงเวลา

แบงค์เข้าวงการบันเทิงมาตั้งแต่ตัวเขายังเด็ก ทำให้ตัวเขาเองต้องปรับตัวกับหลายๆ อย่างในการทำงาน “เรื่องแรกคือการตรงต่อเวลา ถ้าเรามาไม่ตรงเวลามันก็ทำให้คนรอเราคนเดียว เพราะฉะนั้นเราจะไปทำงานสายไม่ได้ แล้วพอเราคิดแบบนั้น เราก็จะเอาในส่วนนั้นมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน มันทำให้เราติดเป็นนิสัย” แบงค์ต้องเมเนจชีวิตเขาได้ด้วยตัวเอง เพราะเขาต้องเรียนด้วย ต้องทำงานด้วย

“ต้องจัดการชีวิตตัวเองให้ดี ต้องรับผิดชอบตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมมากๆ จากแต่ก่อนเป็นแค่นักเรียนรับผิดชอบแค่เรื่องการบ้าน แต่เข้ามาในวงการเราก็ต้องรับผิดชอบเรื่องการงาน เรียกว่าเหมือนการบ้านก็ได้ ต้องทำยังไงให้เราสามารถทำงานตรงนี้ไปได้ แล้วทำให้การเรียนรอดด้วย”

 

บทบาทอื่นๆ ที่อยากลองทำ

รายการท่องเที่ยวที่ไม่เคยทำ ก็ได้ทำแล้ว แล้วนอกจากนี้ยังมีบทบาทอะไรที่แบงค์อยากลองทำอีกบ้าง? “ผมอยากเล่นเป็นเด็กมีปัญหา น้ำพุ เด็กติดยา มีปัญหาทางบ้าน รู้สึกว่ามันท้าทายมากๆ อยากเล่นบทแบบนี้เพราะอยากเข้าใจคาแรกเตอร์ของบทละครนั้นๆ เวลาเราจะเล่นบทอะไรเราจะต้องทำการบ้านก่อนว่าเขามีความคิดยังไง เขาโดนอะไรมาถึงรู้สึกแบบนั้น ผมพูดบ่อยมากแต่ไม่รู้ทำไมไม่ได้เล่นสักที(ขำ) อยากเล่นอะไรที่ดาร์คขึ้นกว่าที่เคยเล่น”

แล้วถ้าตอนนี้ไม่ได้เป็นนักแสดงน่าจะอยู่ คิดว่าแบงค์จะไปทำอะไร? “ผมคงไปบริหารธุรกิจของที่บ้านที่ขอนแก่นแล้วครับ ตอนนี้ผมก็ไปช่วยเขาบริหารนะ แต่ไม่มากเท่าไหร่ ผมเป็นคนที่ถ้าเราไม่ได้โฟกัสกับมัน ผมจะไม่อยากทำ ผมก็คิดว่าถ้าเราจะทำอะไรสักอย่างมันต้องมีสมาธิแล้วก็โฟกัสกับมันจริงๆ เราไม่อยากทำมันออกมาไม่ดี อยากให้มันดีๆ ไปเลย ถ้าเรายังไม่พร้อม ให้เวลามันไม่ได้เต็มที่ก็ไม่ทำดีกว่า”

มุมแบดๆ ของแบงค์

ภายนอกและภาพรวมอาจจะมองว่าแบงค์เป็นหนุ่มน้อย อบอุ่น ขี้เล่น เราเลยอยากรู้ว่าตัวเขาเองมีข้อเสียอะไรที่ต่างออกไปจากลุคของเขาบ้าง “ผมอยากเอาชนะ อยากได้อะไรต้องได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าไปร้องงอแงว่าจะเอาๆ แต่ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้แทน มันก็อาจจะเป็นข้อเสียของผมแหละมั้ง…” ข้อเสียอีกอย่างของเขาที่แบงค์สารภาพคือเขาเป็นคนใจร้อน แต่เพราะโตขึ้นและบทบาทที่ได้เข้ามาทำงานในวงการบันเทิง ทำให้แบงค์ต้องปรับตัวในเรื่องนิสัยใจร้อนของเขา “ตอนอยู่กับเพื่อนตอนยังเป็นวัยรุ่นผมก็จะอารมณ์ฉุนเฉียว ชกต่อยบ้าง มันเป็นธรรมดาของวัยรุ่น แต่ไม่ได้บอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาแล้วมันจะดีนะ อย่าไปทำตาม มันไม่ดี แต่เดี๋ยวนี้ดีขึ้นแล้วครับ”

 

ผู้หญิงแบบนี้ แบงค์ ธิติ จะบอกว่า…

แบงค์บอกว่าเขาไม่ได้มีสเปคตายตัว เห็นชัดสุดในเรื่องสเปคคือชอบผู้หญิงตัวเล็ก “ผมชอบผู้หญิงตัวเล็ก ผมยาวด้วย(ขำ) แค่เราเจอแล้วเรารู้สึกดีกับเขา แล้วเขาก็รู้สึกดีเหมือนเรา ก็น่าจะดี ก็น่าจะเป็นคนนั้นแหละ”

แล้วผู้หญิงแบบไหนที่แบงค์ไม่ชอบ “ผมไม่ชอบผู้หญิงงี่เง่า อย่างเช่น เคยทะเลาะกันเรื่องเดิม เคลียร์กันแล้ว แต่สุดท้ายก็มาทะเลาะกันเรื่องเดิม บางทีผมก็ไม่โอเค คุยกันไม่เรื่องแล้วแหละแบบนี้…”

 

ความรักคือชีวิต

“มันเป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนชีวิตเรามั้ง เพราะใช้ชีวิตด้วยความรักอยู่แล้ว” สำหรับแบงค์ความรักคือสิ่งที่พาให้เขาก้าวผ่านทุกๆ วันได้อย่างมีความสุข เพราะเขาเชื่อว่าเวลาคนเราจะทำอะไรสักอย่าง เราก็ต้องการความรักอยู่เสมอ “ถ้าเราอยากจะให้เขารักเรา เราก็ต้องรักเขาก่อน เรามาทำงานตรงนี้เราเหนื่อย เราต้องการความรักจากครอบครัว เวลาเราทำงานกับคนเยอะๆ เราก็ต้องการความรักจากทีมงาน จากทุกๆ คน ถ้าอยากให้เขารักต้องทำยังไง? ต้องมาตรงเวลา ต้องตั้งใจทำงาน ถ้าเราแสดงละครสักเรื่องนึง เราก็ต้องรักในตัวละคร เรารักแฟนคลับเรา เราก็ต้องทำผลงานที่ดีเพื่อให้เขาได้เห็นผลงานของเรา ส่วนทีมงาน และแฟนๆ ก็จะชื่นใจแล้วก็คอยซัพพอร์ตเรา ทุกอย่างรอบตัวเราคือความรักอยู่แล้ว”

 

ผมเป็นคนดี

“เจ้าชู้มั้ย? ไม่ครับผมเป็นคนดี(นี๊!!!!)” พอถามว่าแบงค์เป็นคนเจ้าชู้ไหม ถึงกับปฏิเสธทันควันเลย แถมยังยืนยันสุดๆ ว่าแบงค์ไม่เจ้าชู้นะครับ “ผมชอบเอาชนะก็จริงแต่เป็นเรื่องอื่นนะ ไม่ใช่เรื่องนี้ ผมเป็นคนที่เซนสิทีฟกับความรัก จะยอมไม่ได้เลยถ้าเราคบกับใครคนนึงแล้วเขาจะไปยุ่งกับคนอื่น หรือคนที่เราคบด้วยจะไปยุ่งกับคนอื่น มันเป็นเรื่องที่ผมรับไม่ได้ ถ้าเจอแบบนั้นจะเลิกเลย เสียใจมั้ยก็เสียใจแต่เลิกได้เลย รู้สึกว่าเขาทำแบบนี้นั่นคือเขาไม่รักเราแล้ว”

แบงค์เชื่อว่าเราทุกคนจะมีโอกาสเจอคนอีกเยอะ ความรักที่ผ่านมาของแบงค์ให้บทเรียนที่ดีและไม่ดีกับเขาก็จริง แต่ความรักก็ยังถือเป็นสิ่งที่สวยงามแม้บางครั้งบทสุดท้ายอาจจะมีบทสรุปที่ไม่สวยเท่าไหร่ “ที่เลิกมากับใครแต่ละคนที่ผ่านมา ผมไม่เคยรู้สึกเสียใจเลย เพราะเราได้เรียนรู้เขา เขาได้เรียนรู้เรา เคยมีช่วงเวลาดีๆ ด้วยกัน ถ้าเลิกกันไปเราก็กลับมาเป็นเพื่อนหรือเป็นคนรู้จักที่ยังคอยเป็นห่วงกัน อย่างน้อยเราก็เคยรักกัน”

“ให้เวลามันช่วยนะ ผมจะใช้คำนี้เสมอเวลาปลอบใจใครเรื่องความรัก” ตอนแรกแบงค์เองก็ไม่เชื่อในเวลาเท่าไหร่ และเขาเองก็มั่นใจว่าไม่มีใครเชื่อหรอกว่าเวลามันจะช่วยได้ แต่พอผ่านไปได้เราจะรู้สึกว่าเวลาช่วยได้จริงๆ “มันต้องใช้เวลาจริงๆ นะ ซึ่งการใช้เวลาของแต่ละคนมันมากน้อยแตกต่างกัน แล้วแต่คน แต่นั่นแหละ เวลามันจะช่วยให้ดีขึ้นได้ไม่มากก็น้อย อย่าไปจมปรักมากกับความรัก Move on ต่อไป”

 

ก่อนไป.. ฝากถึงสาวๆ คลีโอหน่อย “ใครที่ยังไม่เจอความรักตอนนี้ก็ขอให้เจอไวๆ นะครับ ใครที่เพิ่งผ่านชีวิตแย่ๆ มา อยากบอกว่าอย่าไปจมปรักกับมันมาก คนใหม่ย่อมดีกว่าคนเก่าเสมอ..” แหม อวยพรกันขนาดนี้ สาวๆ ก็ยิ้มแล้วยินดีรับสวยๆ กันไปสิคะ ก่อนจะลากันน้องแบงค์ยังโบกมือบ๊ายๆ ให้พร้อมรอยยิ้มหวานๆ แหม น่ารักจริงๆ เลย!

 

ขอบคุณสถานที่ถ่ายทำ และสัมภาษณ์ : เดอะสตีท รัชดา

HOROSCOPE