เพราะคำว่า “ไม่มี” ทำให้เธอกลายเป็นผู้ประกาศข่าวดังในวันนี้

จากแอดมิชชั่นไม่ติด เลยเรียนให้จบใน 2 ปีครึ่ง จากเอ็มซีในห้าง มาเป็นผู้ประกาศข่าวช่องดัง จากทำขนมเล่นๆ มาทำ 2 ธุรกิจส่วนตัว ทั้งสามอย่างนี้รวมอยู่ในคนเดียว กรุ๊งกริ๊ง รังสิมา ศฤงคารนฤมิตร ผู้ประกาศสาวสวยในวัย 29 ปีเท่านั้น เธอบอกว่าถึงจะเกิดมาไม่ได้มีพร้อม แต่ถ้าไม่รู้จัก “ยอมแพ้” และหาโอกาสให้ตัวเองเสมอ ทุกอย่างก็เป็นไปได้แน่

อายุแค่ 18 เริ่มส่งตัวเองเรียน แล้วยังดูแลแม่ ซื้อบ้าน ซื้อรถ

กรุ๊งกริ๊งบอกว่าจุดเปลี่ยนอยู่ตรงที่คุณแม่ของเธอมีปัญหาการเงิน เธอเลยบอกว่าหลังจากนี้เธอจะหาเงินเรียนเอง “ก็เริ่มทำงานตั้งแต่ ม. 6 เป็นงานตามห้าง พอดีเพื่อนเป็นสต๊าฟก็ถามเค้าว่าสมัครยังไง พอได้งานก็ต่อมาเรื่อยๆ ทั้งให้ชิมน้ำผลไม้ น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์หลายอย่างรายได้ก็เริ่มจากวันละ 300 บาทขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงหลักพัน จนมีอยู่ครั้งนึงพิธีกรมาสาย จริงๆ งานนั้นเราไปรับจ้างเต้นเปิดงาน พอเรารู้ว่าเอ็มซียังไม่มา ก็ไปขอพี่เค้าว่าหนูขอเป็นพิธีกรได้มั้ย ตอนแรกเค้าบอกว่า “ไม่ให้” แต่รอเท่าไหร่เอ็มซีคนนั้นก็ไม่มาสักที พี่เค้าเลยบอกว่าถ้าพี่กินข้าวจานนี้หมดแล้วเอ็มซียังไม่มา เค้าจะให้เราขึ้นเวทีเลย สุดท้ายเราก็ได้เป็นเอ็มซีงานนั้นไป 10 วัน แฮปปี้มาก ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่เรารู้สึกว่าบางงานเค้าก็ไม่ต้องการแค่ความสวยอย่างเดียว เตี้ยๆ อย่างเราก็เป็นได้เหมือนกัน”

Tips: ถ้าอยากได้งานที่ดีขึ้นเรื่อยๆ กรุ๊งกริ๊งบอกเคล็ดลับในตอนนั้นมาว่า “เวลาไปทำงานเจอใครแต่งตัวสวยๆ เราก็จะถามเขาว่าบริษัทอยู่ที่ไหน ได้ค่าแรงวันละเท่าไหร่ เจอหัวหน้ามาตรวจงานก็จะเข้าไปคุยด้วย มีแคสท์งานที่ไหนก็ไปหมด เป็นความพยายามที่จะหางานที่ได้ขยับเงินและหน้าที่ที่ดีขึ้นไปเรื่อยๆ”

 

โอกาสอยู่ที่ไหน ต้องเดินเข้าไปหา

กรุ๊งกริ๊งบอกว่าหลายๆ งานเธอแค่ไปเป็นเพื่อนเฉยๆ แต่พอไปถึงก็ขอลองแคสท์ดู พี่เค้าไม่ให้ก็ตื้อเท่านั้นจนได้งาน “อย่างช่วงบอลโลก เค้ามีแคสท์พิธีกรงานอีเว้นท์ใหญ่ มีพี่คนนึงชวนเราไปเป็นเพื่อน พอไปถึงเราเลยบอกว่าไหนๆ มาแล้วให้เราลองเถอะ พี่เค้ายังบอกด้วยว่าน้องเตี้ยมากนะ แล้วน้องก็ดำมากด้วย (หัวเราะ) คือเราไม่เข้าเกณฑ์ที่เค้าตั้งไว้ตั้งแต่แรก แต่ตอนแคสท์เราปล่อยเต็มที่ เค้าให้ลองด้นรายการสด ชวนคนเล่นเกมส์ ซึ่งเราฝึกมาตั้งแต่เด็ก ชอบเล่นเปิดป้ายเล่นเกมส์มาตั้งแต่ประถม เพราะฉะนั้นเราต้องได้ (หัวเราะ)

พอสรุปว่าเราได้งานนี้ก็กรี๊ดมาก เพราะมันเป็นงานใหญ่มากที่เซ็นทรัลเวิลด์ แล้วยังได้วันละ1,500 หรือ 2,500 หรือไงนี่ล่ะค่ะ ซึ่งมันเยอะมากสำหรับคนที่เริ่มต้นงานวันละ 300 บาทแบบเรา ก็เรียกว่าค่อยๆ ไต่ระดับมาเรื่อยๆ กลางวันเป็นเอ็มซีในห้างที่มีอีเว้นท์ บางทีกลางคืนก็ไปอีเว้นท์งานเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ เราก็เอาเงินตรงนี้มาเป็นค่าเทอม ตอนนั้นก็ไม่รู้สึกเหนื่อยนะคะ มันสนุก ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราเอาพลังมาจากไหน”

 

แอดมิชชั่นไม่ติด งั้นก็เรียนให้จบใน 2 ปีครึ่ง!!

กรุ๊งกริ๊งบอกว่าตอนแอดมิชชั่นเข้ามหาวิทยาลัย เธอเสียใจมากที่สอบไม่ติด แต่ก็ไม่ยอมแพ้ จนอาจารย์ที่โรงเรียนมัธยมแนะนำคณะที่ใช่เธอก็ลุยเต็มที่ “อาจารย์บอกว่าที่มหาวิทยาลัยรามฯ มีสาขาที่เกี่ยวกับการพูดโดยตรง ชื่อการสื่อสารบูรณาการ เป็นสาขาหนึ่งในคณะเทคโนโลยีการสื่อสารมวลชน เราเลยลงเรียนคณะนี้ เพราะเราชอบพูด คิดว่าน่าจะตรงกับเรา ก็ใช้เวลาอยู่ 2 ปีครึ่ง ก็เรียนจบ ระหว่างนั้นทำงานตลอด แต่ก็ตั้งใจเรียนเต็มที่ เพราะรู้สึกว่าเราแอดมิชชั่นไม่ติด เราทำให้แม่เสียใจ เลยรู้สึกว่าเป็นแรงฮึด ต้องไม่ทำให้ผิดพลาดซ้ำอีก แล้วช่วงสอบนี่ตีสีแม่จะเรียกแล้ว บางครั้งไม่เรียกเราก็ตื่นขึ้นมาอ่านนหนังสือเอง เทคนิคให้เราเรียนไปทำงานไปได้ด้วยอีกอย่างก็คือ ถ้าเป็นวิชาพื้นฐานเราจะซื้อชีทสรุปสามเล่ม คือเล่มย่อหนังสือเรียน เล่มข้อสอบปัจจุบัน และข้อสอบในอดีต ทำตามนี้สอบผ่านแน่นอนจริงๆ ค่ะ (ถามเธอว่าอ่านหนังสือเยอะขนาดไหน) ยิ่งเล่มข้อสอบนี่ จะอ่านถึงขั้นที่เห็นข้อสอบปุ๊ปต้องตอบได้ อีกอย่างคือเราสนุกกับการเรียนด้วยค่ะ ยิ่งพอทำได้ก็ยิ่งสนุก ไม่ได้รู้สึกเหนื่อย ยิ่งเรียนรามฯ มีเวลาเยอะมาก ก็ขึ้นอยู่กับเราว่าจะทำมั้ย”


ก่อนได้เป็นผู้ประกาศข่าวตัวจริง

โอกาสมาหาเธออีกครั้ง หลังได้รู้จักพิธีกรคนหนึ่ง “พี่เค้าเป็นพิธีกรในงานหนึ่งของช่อง Nation TV  แล้วไม่สบายเลยให้เราไปทำงานแทน เราเลยเห็นว่ากำลังมีการเปิดรับสมัครผู้ประกาศข่าว ก็ทำคลิปส่งไปเลยค่ะ จำได้ว่าใส่ชุดนักศึกษายืนเปิดรายการอยู่หน้ามหาวิทยาลัย สักพักเปลี่ยนไปใส่เสื้อสูทเป็นผู้สื่อข่าว สักพักไปยืนบนดาดฟ้า แล้วก็กลับมาเป็นนักศึกษาคนเดิม ซึ่งเป็นคลิปที่ทุกคนดูแล้วขำ เราเลยได้เป็นหนึ่งคนที่เข้าแคมป์ 10 วัน อบรมเขียนข่าว แล้วก็จับกลุ่มละทำข่าว เค้ามีกล้องให้หนึ่งตัว ให้เวลา 4 ชั่วโมงแล้วกลับมาเจอกัน แต่พอประกาศว่าเราได้ก็งงว่าใช่รึเปล่า เหตุผลของกรรมการบอกว่ามันมีครบทุกองค์ประกอบข่าว มีผู้เสียหาย คู่กรณี มีตำรวจออกมาเตือนว่าควรระวังยังไง และสถานที่เปิดหน้าก็คือจุดเกิดเหตุ เลยกลายเป็นองค์ประกอบข่าวที่ดี”

หลังจากนั้นโอกาสดีก็มาหาเธออีกครั้ง “พี่เค้าถามเราว่าต้องเรียนรึเปล่า เราก็บอกว่าไม่ต้องแล้ว แต่เรายังเป็นนักศึกษาอยู่ ก็เลยลองเข้ามาทำก่อนว่าไหวมั้ย แล้วด้วยความที่เราพลังเยอะ กลับดึกมาเช้าต่อได้ จบทีมนี้ไปต่อทีมนั้น ก็เลยได้ทำมาเรื่อย และได้เป็นผู้สื่อข่าวช่องระวังภัยที่เพิ่งเปิดใหม่เป็นคนแรกๆ ตอนนั้นดีใจมากค่ะ คิดว่าต้องทำให้ดีที่สุด ถึงขั้นไปเช่าคอนโดหลังออฟฟิศเพื่อจะได้ดึกก็ได้เช้าก็ได้ จัดรายการสดตอนตี 1 ตี 2 เราก็เป็นพิธีกรด้วย คือเราไม่เคยเกี่ยง จะกี่โมงกี่ยามไม่มีปัญหา หลังจากนั้นก็เริ่มไปอ่านข่าวเสาร์อาทิตย์ ช่วงเที่ยง ช่วงเย็น พอช่องระวังภัยปิดไปก็ย้ายมาอยู่ช่อง Nation TV แล้วหัวหน้าผู้ประกาศ คุณอรัญญา ชัยคาม ก็เลือกเรามาอยู่ฝ่ายผู้ประกาศ คือกราบมาก เริ่มจากอ่านเสาร์อาทิตย์ก่อน แล้วมาอ่านเที่ยง อ่านเย็น แล้วก็ยาวมาถึงทุกวันนี้ 7 ปีแล้วค่ะ”

 

มีเวลาว่างไม่ได้..ไปเรียนปริญญาโท เรียนแกะสลัก ฯลฯ

เพราะความเป็นคนไม่ชอบอยู่เฉยๆ ช่วงที่กรุงเทพฯ น้ำท่วม เธอก็ใช้เวลาว่างไปเรียนปริญญาโท “ตอนนั้นเลือกเรียนคณะบริหารสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็เรียนจบในสองปี หลังจากนั้นพอได้อ่านข่าวดึกอย่างเดียว เลยคิดว่ายังมีเวลาเหลือ กลางวันไม่มีอะไรทำ เลยไปเรียนทำขนม ปั้นเค้กเป็นรูปคน เป็นเซ็ตเครื่องสำอาง มีคนเห็นเราทำก็อยากได้ ก็เลยเริ่มทำขาย แล้วก็กลายเป็นงานอดิเรกที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็ยังไปเรียนแกะสลัก วันเสาร์หลังจบรายการข่าวตอนเช้าก็รีบไปเรียน วันธรรมดารอเข้าข่าวมีเวลาว่างหลายชั่วโมง ก็เลยแกะสลักไปเรื่อย เอาของครูดูเป็นตัวอย่างแล้วแกะเลย ก็เอ้ยเราทำได้นี่”

 

2 ธุรกิจส่วนตัวที่เพิ่งเริ่ม

นอกจากงานอดิเรกแล้ว สาวพลังเยอะอย่างกรุ๊งกริ๊งยังทำธุรกิจส่วนตัวอีก 2 อย่าง “ณาราทำบุญ” เป็นธุรกิจรับจัดงานบุญ อย่างขึ้นบ้านใหม่ ทำบุญบริษัท แต่ความแตกต่างคือถ้วยชามที่กริ๊งใช้เป็นลายครามบนขันโตกทั้งหมด การจัดโต๊ะหมู่บูชาที่ถูกต้อง เลือกที่ปรึกษาที่มีความรู้เฉพาะด้านเพื่อให้งานพิธีถูกต้องและสวยงาม แล้วด้วยความที่กริ๊งกับแฟนเป็นคนละเอียดทั้งคู่ก็เลยทำให้เราชอบทำงานนี้ ไม่ใช่แค่สักแต่ว่ามี แต่อยากใส่ใจรายละเอียดที่ถูกต้องให้กับลูกค้า เครื่องปรุงเราก็เลือกแบบ LS (โลว์โซเดียม) ทั้งหมด อีกธุรกิจคือน้ำสมุนไพร “ธารณารา” เพราะเราเคยทำน้ำปานะไปถวายพระที่วัดแล้วเผื่อญาติโยมด้วย พอเค้าได้ลองชิมก็ขอถุงใส่กลับบ้านกัน ก่อนหน้านี้เราเคยอยากทำขายมาก่อน ก็ศึกษาตลาด หาบรรจุภัณฑ์ ศึกษาคู่แข่งไว้หมดแล้ว ของเราจะเป็นแบบไม่เน้นหวาน เพราะส่วนตัวไม่ทานหวาน มีทั้งน้ำเกสรดอกบัว น้ำรากบัว ชามะลิ เก๊กฮวย ใบเตย สิ่งที่แตกต่างคือจะมีวุ้นสมุนำพรสผมด้วย เช่น น้ำเกสรดอกบัวผสมวุ้นใบเตย น้ำเก๊กฮวยผสมวุ้นน้ำผึ้งค่ะ

 

ความสำเร็จในวันนี้ของเธอ เริ่มต้นมาจาก…

“น่าจะเป็นความไม่มีค่ะ เริ่มจากความไม่มี ไม่มีครอบครัวสมบูรณ์ ไม่มีมหาวิทยาลัยในฝัน ไม่มีความขาว ไม่มีความสูง คือเราไม่ผ่านอะไรสักข้อเลยตอนเด็กๆ เลยพยายามเรียนให้เก่ง เป็นคนตัวเล็กก็พยายามเป็นผู้นำเพื่อน เพื่อนต้องตามชั้นไม่ใช่ชั้นตามเพื่อน555 คืออะไรที่มันขาดไปในชีวิตก็พยายามหามาชดเชยให้ตัวเอง ให้เป็นพลังบวกที่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แต่ก็ไม่ได้กดดันจนเครียด อาจจะมีบ้างอย่างตอนเด็กๆ อยากได้งานนี้จัง แล้วพอไม่ได้ก็มาตีอกชกหัวตัวเองว่าทำไมต้องคนเอาสูง ทำไมต้องเอาคนขาว ตอนทำงานเป็นผู้ประกาศเราก็ทำเต็มที่ ใครไม่อยู่เราขอแทน รายการไหนที่อาจจะยากก็พยายาม ก็คิดว่าอะไรที่อยู่ในขอบข่ายที่ทำได้เราก็ทำมาหมดแล้ว คือต้นทุนเรามีมาไม่เยอะ บางคนไม่มี ไม่ต้องทำก็ได้ แต่สำหรับเราไม่มีแล้วยังต้องหาด้วย ถ้าเหนื่อยแล้วจบ เหนื่อยแล้วไม่ทำ คนอยู่ข้างหลังเราจะไปต่อยังไง ก็เลยคิดว่ามันเป็นแรงผลักดันมาจากความรับผิดชอบที่เราคิดว่าสำคัญ รับผิดชอบตัวเอง คุณแม่ ค่าบ้าน ค่ารถ ค่าใช้จ่ายทุกอย่างคือแรงผลักดันในชีวิต ถ้าเหนื่อยแล้วท้อ ขี้เกียจ ไม่อยากทำมันก็จบ”

 

ฝันอยากเป็นอะไร ชีวิตนี้ต้องลองก่อน

กรุ๊งกริ๊งแนะนำว่า “พยายามหาตัวเองให้เจอ ไม่เจอก็ลองสิคะ ดีกว่าแค่มานั่งมโนแล้วคิดเอาเอง ลองแล้วไม่ใช่ก็เปลี่ยนได้ อยากให้มีความกล้าลอง แต่อยากให้กล้าลองในทางที่ถูก เดี๋ยวก็เจอ ไม่เจอก็ลองต่อไป”

HOROSCOPE