เธอใช้กีฬายูโดต่อยอดฝันเพื่อให้ได้เป็นช่างภาพมือโปรหญิงของไทย - CLEO Thailand Online Magazine

เธอใช้กีฬายูโดต่อยอดฝันเพื่อให้ได้เป็นช่างภาพมือโปรหญิงของไทย

คนเราจะเป็นอะไรก็ได้ ถ้าเราเชื่อว่าเราเป็นได้ ความเชื่อนี้พิสูจน์ได้จริงๆ จาก “กัญญาวีร์ ประเสริฐศรี อายุ 22ปี” สาวน้อยนักกีฬายูโด รางวัลเหรียญทองกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ภูเก็ตเกมส์ ปี 2555 ที่ค้นพบตัวเองในระหว่างชีวิตการออกไปแข่งขันว่าตัวเองหลงรักการถ่ายภาพเข้าอย่างจัง เธอจึงกลายเป็นทั้งนักกีฬายูโดที่เป็นทั้งช่างถ่ายภาพด้วย ซึ่งตัวเธอเองก็มีความสุขกับสิ่งที่เธอทำอยู่ เพราะเธอเชื่อเสมอว่าเธอสามารถเป็นทั้งสองอย่างได้ และเธอรู้สึกโชคดีมากที่เธอเจอสิ่งที่ใช่ แถมยังทำออกมาได้ดีด้วย

กล้าที่จะฝัน จะทำได้หรือไม่ได้ อย่างน้อยก็ได้ฝัน

เราเริ่มต้นทำความรู้จักแจมด้วยการถามความฝันในวัยเด็กของเธอ ซึ่งมันก็ทำให้เราได้รู้ว่าจริงๆ แล้วเธอก็เป็นสาวที่ช่างฝันม๊ากกกก “เราดูทีวีเห็นนักร้องมาร้องเพลง ก็จะชอบร้องตาม ดูรายการร้องเพลงบ่อยๆ เลยคิดว่าอยากเป็นนักร้อง พอเข้ามาเรียน ได้เห็นคุณครู ก็คิดไปอีกว่าอยากเป็นคุณครู ได้สอนหนังสือ กลับมาบ้านมาเล่นกับตัวเอง สมมติตัวเองว่าเราเป็นคุณครู ก็ไปบอกพ่อกับแม่ว่าเดี๋ยวหนูโตไปหนูจะเป็นครูตอนกลางวันนะ แล้วตอนกลางคืนจะไปเป็นนักร้อง แต่สุดท้ายโตมาได้มาเป็นนักกีฬายูโดที่เป็นช่างภาพแทน ซึ่งเราก็ไม่ได้ซีเรียสนะที่ไม่ได้เป็นอย่างที่ฝันไว้ตอนเด็กๆ อย่างน้อยก็ได้ฝันว่าอยากเป็นอะไร”

 

 

 

จากน้องสาวตัวเล็กๆ ที่มานั่งรอพี่ชายซ้อมกีฬากลายมาเป็นนักกีฬายูโด

เราถามแจมถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เธอกลายมาเป็นนักกีฬาในวันนี้ ซึ่งดูเหมือนที่มาที่ไปในการมาเป็นนักกีฬาของเธอดูจะไม่ค่อยมีอะไรซับซ้อนมากนัก เพราะสาเหตุหลักที่เธอมายืนในจุดนี้ มีเพียงแค่คำตอบสั้นๆ คือเพราะพี่ชายเธอที่เป็นนักกีฬา “แจมเริ่มเล่นกีฬาครั้งแรกตอน ป.3 มีพี่ชายเป็นนักกีฬายูโด ไม่ได้คิดเลยว่าจะมาเล่นจริงจังแบบนี้ จำได้แค่ว่าตอนเลิกเรียนมารอพี่ชายซ้อม ก็คิดว่าทำไมเราไม่เล่นด้วยล่ะ ด้วยความที่เป็นเด็ก ก็มีความสนุก เลิกเรียนก็มาซ้อมกีฬา ได้มีอะไรให้ทำ เลยได้กลายเป็นนักกีฬาตามเขาไปด้วย”

การฝึกซ้อมยูโดให้อะไรแจมมากกว่าเรื่องสุขภาพร่างกาย

โดยปกติคนเราออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง แต่สำหรับแจม นอกจากเรื่องสุขภาพ เธอได้อะไรมากมายจากการฝึกซ้อม “ชอบที่ได้เปิดโลกทัศน์ ได้มีอีกสังคมหนึ่ง เราต้องถูกฝึก แต่ไม่ได้ฝึกแค่เรื่องกีฬาแต่ต้องฝึกอย่างอื่นด้วย เช่น การมีวินัย การตรงต่อเวลา ความสามัคคี แบ่งปันต่อเพื่อนร่วมทีม”

 

 

มีบ้างที่เฟลจากการแข่งขัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้ยอมแพ้

เห็นเธอเป็นคนมุ่งมั่น ขยันขนาดนี้ ก็ต้องมีบ้างแหละที่ทำให้เธอท้อจากการแข่งขัน “มีการแข่งขันหนึ่ง เราได้ย้อนกลับมาแข่งกับคนที่เราเคยแข่งกับเขาแล้วเราเคยชนะเขามาก่อน แต่พอมาแข่งในครั้งนี้ที่ทัวร์นาเมนต์ใหญ่กว่า แมทที่มีผลมากๆ แต่เรากลับแพ้คนที่เราเคยชนะเขามา เราก็เฟลมากเลยในครั้งนั้น แต่ก็ต้องยอมรับแล้วตั้งใจซ้อมให้มากกว่าเดิม”

 

 

ชอบการออกไปแข่งขัน เพราะมันทำให้เราได้เที่ยว

นอกจากความสนุกจากการฝึกซ้อมยูโดที่แจมได้ แจมยังชอบการออกไปแข่งขันในที่ต่างๆ เพราะมันทำให้เธอได้ไปเที่ยวที่ใหม่ๆ ด้วย “มีครั้งหนึ่งได้เป็นตัวแทนเยาวชนแห่งชาติไปแข่งที่ญี่ปุ่น เป็นการได้ออกไปแข่งนอกประเทศครั้งแรก ก่อนแข่งเขาก็จะมีจัดทริปให้ไปเที่ยวก่อนวันแข่ง ก็เหมือนทำให้เราได้ไปเจออะไรใหม่ๆ นอกจากสนามแข่ง ได้เจออะไรที่เราไม่เคยเจอ ไปที่ที่ไม่เคยไป มันสนุกแล้วก็ตื่นเต้นมาก เพราะมันไม่เหมือนที่อยู่ในห้องเรียนแต่เล่นกีฬามันได้เดินทางออกไปจริงๆ”

เพราะการออกไปแข่งกีฬา ทำให้กลายเป็นคนชอบถ่ายภาพ

แจมเล่าว่าเธอรักการถ่ายภาพเพราะการแข่งกีฬา เห้ย! ใช่หรอ? ทำเอางงไปเลยว่าถ่ายภาพกับยูโดเกี่ยวกันได้ยังไง? “ทุกครั้งที่ได้ออกไปแข่งขันในที่ต่างๆ เราก็จะพกกล้องคอมแพคอันเล็กๆ ของพ่อไปตลอด เวลาเราได้ออกไปเที่ยวก่อนจะลงแข่ง ไปเจอที่ใหม่ๆ อะไรใหม่ๆ ก็จะถ่ายภาพเก็บไว้ ก็เลยกลายเป็นคนที่ชอบถ่ายภาพตั้งแต่นั้นมา”

 

 

 

 

เลือกเรียนถ่ายภาพที่ชอบ คู่กับการเล่นกีฬา

เมื่อแจมเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย เธอก็ได้ตัดสินใจเลือกเรียนถ่ายภาพที่เธอชอบมากกว่าเลือกเรียนด้านกีฬาที่เธอฝึกมาตั้งแต่เด็ก “มันเป็นความชอบส่วนตัวที่เราทำควบคู่กันมา ทั้งถ่ายภาพ ทั้งเล่นกีฬาตั้งแต่เด็ก แต่ความรู้สึกเราคือกีฬามันก็ไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต เพราะถ้าเราแก่ตัวไปเราก็เล่นไม่ได้แล้ว เราก็ต้องศึกษาอีกเรื่องนึง ฝึกฝนอีกเรื่องนึงไว้เพื่อเอาไว้พัฒนาเป็นอาชีพได้ในอนาคต ก็คือการถ่ายภาพ เราทำอะไรที่เหมือนเราทำมาตั้งแต่เด็กแล้ว วันนึงเราก็อยากทำอะไรที่แตกต่างออกมาบ้าง เพราะเรารู้แล้วตั้งแต่เด็กว่าเราชอบอะไร เราทำมันมาคู่กันตั้งแต่เด็ก แค่ตอนนี้เราต้องเลือกให้ความสำคัญแต่ละอย่างตามช่วงอายุ ตามกำลัง ตามความเป็นไปได้ของเรา”

เรียนก็หนัก แต่ยังแบ่งเวลาไปซ้อมยูโดได้สบายๆ

สำหรับแจม การเรียนไม่ใช่ปัญหาในการแบ่งเวลาไปฝึกซ้อมกีฬา เธอยังคงให้เวลากับการฝึกซ้อมกีฬาเช่นเดิม แต่อาจจะน้อยลงเพราะการเรียนก็เป็นสิ่งที่สำคัญ “เราต้องมีความรับผิดชอบมากกว่าคนอื่น เพราะคนอื่นแค่เรียนเฉยๆ แต่เราต้องซ้อมกีฬาด้วย เราก็ต้องแบ่งเวลาให้ดีๆ ให้มันลงตัว ถ้าเป็นแต่ก่อนตอนมัธยมจะซ้อมกีฬาหนักมากกว่ามหาลัย เลิกเรียนมาก็ไปซ้อม ไม่ได้มีอะไรให้รับผิดชอบเยอะแยะ แต่พอเข้ามหาลัยมันงานเยอะมากกว่า เราเลยไม่ค่อยได้มีเวลาซ้อมมากเท่าตอนมัธยม แต่ก็ยังไปซ้อมอยู่ ยังแบ่งเวลาได้แค่อาจจะลดลง”

 

 

กำลังใจที่สำคัญในทุกๆ วันนี้มาจากคนในครอบครัวทุกคน 

นอกจากกำลังใจและแรงเชียร์ริมขอบสนามเวลาเธอไปแข่ง ครอบครัวก็ยังเป็นอีกหนึ่งกำลังใจหลักในการแข่งขันของเธอ “เขาจะคอยซัพพอร์ทเราตลอต ตอนเด็กๆ เวลาเราไปแข่งเขาก็จะไปให้กำลังใจตลอด ตอนนี้ก็มีบ้างที่ไปดู ไม่ได้ไปตลอดเหมือนแต่ก่อนเพราะเขาก็งานเยอะ ส่วนพี่ชายก็ไปแข่งด้วยกันนี่แหละ”

ความภูมิใจที่สุดในชีวิต คือได้แบ่งเบาภาระของพ่อแม่

แววตาของแจมดูเป็นประกายเมื่อเธอพูดถึงความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตที่เธอได้ทำ คือการได้แบ่งเบาภาระพ่อแม่ “พอเราไปเล่นกีฬาที่สร้างชื่อเสียงได้ เราก็จะใช้โควตานักกีฬานี่แหละเข้าเรียนตั้งแต่ม.ต้น จนมหาวิทยาลัย แล้วยิ่งเราขยันซ้อมมากๆ พอไปแข่งได้เหรียญมา สร้างชื่อเสียงให้สถาบัน ทางสถาบันก็จะให้เราเรียนฟรี มันเลยช่วยแบ่งเบาเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไปได้เยอะ การเป็นอยู่ใช้ชีวิตก็ทำตัวง่ายๆ สบายๆ ไม่ต้องไปเป็นภาระพ่อแม่มาก เรื่องหอพักเราก็เลือกอยู่หอในเพราะมันถูกกว่าไปอยู่หอนอก ซึ่งพ่อแม่เขาไม่ได้มาพูดหรอกว่าเขาภูมิใจที่เราคิดได้ ที่เราพยายามแบ่งเบาภาระเขา แต่เราก็รู้นะว่ายังไงเขาก็คงรู้แหละว่าเราทำเพื่อช่วยเขาอยู่”

ในอนาคตข้างหน้าอยากทุ่มเทให้งานถ่ายภาพ จะได้มีเงินมาดูแลพ่อแม่

ในอีกไม่นานแจมก็ใกล้จะเรียนจบแล้ว เราก็ไม่พลาดที่จะถามถึงชีวิตในอนาคตที่เธอวางแผนไว้ “คิดไว้ว่าพอเรียนจบก็คงต้องหางานทำเป็นงานประจำไปก่อน เพราะบ้านเราฐานะก็ไม่ได้รวยอะไร แต่ก็อยากเก็บตังค์ไว้ ในอนาคตฝันอยากมีสตูดิโอถ่ายภาพ เป็นโปรดักซ์ชั่นของตัวเอง จะได้มีเงินเลี้ยงพ่อแม่ สร้างบ้านให้พ่อแม่ได้ มันเป็นความฝันที่สูงสุดเลยว่าต้องทำให้ได้ ส่วนยูโดก็ยังอยากเล่นอยู่ แต่อาจจะเป็นการออกกำลังกายหรือการแข่งขันในบางแมท ไม่ได้คิดจะทิ้งกีฬามาถ่ายภาพอย่างเดียว”

 

 

ถ้าเราต้องการอะไรอย่าไปฝืนมัน อย่าไปพยายามเป็นคนอื่น

สุดท้ายนี้ แจมได้ฝากถึงคนที่ยังตามหาสิ่งที่ชอบ ตามหาความฝันของตัวเองอยู่ว่า “อยากให้ลองอยู่กับตัวเองเยอะๆ เหมือนเราชอบอะไร เราต้องการอะไรอย่าไปฝืนมัน อย่าไปพยายามเป็นคนอื่น ถ้าปล่อยให้เรายอมเป็นตัวของเราเอง เราก็จะรู้ได้ไวว่าเราต้องการอะไร เรารักอะไร ชอบอะไรก็ทำ ไม่รู้อะไรก็แค่ลองทำ ถึงคนอื่นจะไม่เห็นด้วย แต่ในความเป็นเรา เราเป็นแบบนี้ ก็แค่เชื่อมั่นในตัวเองให้มากพอ”

ตลอดการพูดคุยกับแจม ต้องบอกเลยว่าแจมจะเป็นสาวพูดน้อยมากกกกกก แต่แววตาที่มุ่งมั่นและการบอกเล่าของเธอทำให้เราเห็นภาพความฝัน ความขยัน ความกตัญญูของเธอได้ชัดเจน เพราะความไม่พยายามเป็นคนอื่นแต่เป็นตัวของแจมเองในวันนี้ ทำให้เธอสามารถเปลี่ยนอดิเรกที่เธอทำ สิ่งที่เธอเลือกเรียนให้เป็นโอกาสได้ แถมมีความสุขด้วย

 

HOROSCOPE