เธออยากทำผ้าพันคอขายชาวต่างชาติ เริ่มจากศูนย์ของจริง จนเกิดเป็นลายนี้ออกมา! - CLEO Thailand Online Magazine

เธออยากทำผ้าพันคอขายชาวต่างชาติ เริ่มจากศูนย์ของจริง จนเกิดเป็นลายนี้ออกมา!

เขียนโดย พี่เอ๋ บก.

ไถเฟซบุ๊คอยู่ดีๆ สายตาเราก็มาสะดุดที่ผ้าพันคอแบรนด์นี้ Sasitanat Scarf ไม่เคยเห็นลายอะไรอลังการงานไทยขนาดนี้ เป็นรูหนุมานกำลังเกี้ยวนางสุวรรณมัจฉา อินบ๊อกซ์ขอคุยกับเจ้าของทันที เธอชื่อน้องสตางค์ สาววัย 27 ปี มาด้วยพลังแพชชั่นล้วนๆ

scarf-shooting3

สาวน้อยคนนี้เป็นเจ้าของแบรนด์ผ้าพันคอก็จริง แต่เธอไม่ได้เรียนมาด้านนี้เลยสักนิด สตางค์จบนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เรียนจบมาก็มาสอนไรท์ติ้งภาษาอังกฤษเด็กมัธยม ที่กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัย เธอสอนไรท์ติ้งเป็นมือวางปั้นเด็กเข้ามหาวิทยาลัยกันได้มาแล้วทุกคน สอนแบบใช้พลังสุดๆ ทุ่มสุดตัวเลยล่ะ จากนั่งสอนตามร้านกาแฟข้างนอก จนมาเช่าออฟฟิศสอนเป็นเรื่องเป็นราว หลังจากนั้นสตางค์มีเหตุให้ต้องช่วยเพื่อนหาของจากไทย ซื้อกลับไปฝากคนต่างประเทศที่โน่น เธอเลยมาเจอช่องว่างของฝากทันที “หาสิ่งที่อยากซื้อจริงๆ ไม่ได้เลยค่ะ” สตางค์บอกว่าเธอชอบผ้าพันคอที่สุดอยู่แล้ว ก็เลยลองพยายามหาผ้าพันคอลายไทยๆ จะให้เพื่อนซื้อให้เป็นของฝาก แต่ก็หาที่ใช่ไม่เจอ

 

ดีไซน์เอง ทำขึ้นมาเลยแล้วกัน?

จากเรื่องนี้เธอเลยเกิดแรงบันดาลใจ “หนูชอบผ้าพันคออยู่แล้วค่ะ เลยมานั่งคุยกับน้องสาวที่เรียนออกแบบมาว่า ทำยังไงให้มีผ้าพันคอลายไทยๆ บ้าง” แล้วน้องเธอเลยบอกว่า “พี่ก็ทำเป็นของตัวเองขายเลยสิ” เรื่องทั้งหมดเริ่มมาจากแค่นี้จริงๆ แล้วด้วยความที่อยากเห็นผ้าพันคอลายในฝันออกมา สตางค์เลยติดเครื่องลุย เธอเล่าว่า “หนูไปหาข้อมูลก่อนเลยค่ะ หารูปลายไทยๆ ที่ชอบมาเยอะแยะ แล้วไปสะดุดกับหนุมาน ชอบตอนหนุมานเกี้ยวนางสุวรรณมัจฉา เป็นความรักหวานๆ ดี ก็เลยคิดว่า อย่างนั้นเราแปลงมู้ดนี้ให้หวานขึ้นเลยมั้ย”

scarf-design3

scarf-design1

ก่อนทำผ้าพันคอ เธอหาความรู้เรื่องตัดเย็บก่อนเลย

สตางค์ขอรู้เรื่องผ้า เรื่องแพทเทิร์นก่อน เลยลองไปศึกษาเรื่องทำแพทเทิร์น ไม่มีความรู้มาก่อน สตางค์เลยค้นพบว่ามันละเอียดทีเดียว แต่เธอก็สู้จนตัดออกมาเป็นเดรสสวยงามให้ตัวเองได้หนึ่งชุด แล้วถึงรู้ว่างานหินไป ผ้าพันคอนี่ล่ะเหมาะกับเรามากกว่า กว่า แล้วเธอกับน้องสาวก็ช่วยกันปั้นดีไซน์แรกของผ้าออกมา “ลายหนุมานก็เลยเกิดขึ้นมาค่ะ น้องนั่งวาดไป 15 วัน คอนเช็คตลอดทางว่าเราชอบมั้ย จนลงตัวที่สุด” แล้วเธอก็ต่ออีกลาย อันนี้ไม่มีข้อมูลใดๆ เธอบอกว่าทุกลายต้อง “มีออริจินัลอยู่ในประเทศไทย หาเจอในบ้านเราได้ค่ะ” ก็เลยเกิดมาเป็นลายผีเสื้อ เธอไปเจอผีเสื้อตัวนี้ในไร่ที่เชียงราย สีเขียวผ้า มีชมพูแซม สวยดีก็เลยเอามาทำลาย “แต่มีใส่เสือ ใส่ผึ้งเข้าไปด้วยนะคะ จะได้ดูเป็นสัตว์ป่าไปเลย เสือกร่างดี แล้วผึ้งนี่มาจากว่าหนูกลัวผึ้ง ก็เลยอยากให้เป็นลายที่ต่อสู้กับความกลัวของเรา” อีกลายที่เราชอบมากคือ ลายป่าหิมพานต์ น่ารักมาก มีกระต่ายน้อยนั่งในพระจันทร์ลอยขึ้นมาด้วย และลายสุดท้ายในคอลเล็คชั่นแรกก็คือ ลายนกยูง รำแพนนกยูงของสตางค์นี้ เห็นแล้วคันอยากเอามาพัน เหมือนเจ้าหญิงผู้เลอค่าแห่งแคว้นอะไรสักแคว้น

 

scarf1

 

scarf5

ทุ่มเงินเก็บตัวเอง ขอคุณภาพดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

เอาเรื่องเงินก่อนเลย พอเราถามเธอว่า เงินตัวเองเลยมั้ย “เงินที่หนูเก็บมาทั้งหมดค่ะ ไม่ขอเงินใครเลย ทุนก้อนแรกประมาณ 3 แสนค่ะ” เป็นไงล่ะ เธอเอาเงินที่เก็บจากสอนไรท์ติ้งภาษาอังกฤษนี่ล่ะ และยังมีเงินเก็บที่เหลือไว้ใช้ทั่วไปอีกนา คุณภาพก็ไม่ธรรมดา ผ้าพันคอของสตางค์งานซิลค์ กับซิลค์ซาติเท่านั้น คือหยิบมาจับแล้วนุ่มเหลือเกิน และพอพัน ดูไฮโซเป๊ะมากขึ้นมาเลย ถามเธอเรื่องตอนผลิต สตางค์บอกว่า “พอได้ผ้าที่ชอบแล้วก็ไปหาคนตัดเย็บค่ะ แพงวัตถุดิบทั้งหมด เพราะอันผ้าไหมนี่น้ำหนักจะพลิ้วและมีเงา ของซิลค์ ซาตินก็จะนุ่มมือ และพลิ้ว”

scarf-model6

scarf-model5

มาถึงตอนมาร์เก็ตติ้งนี่ล่ะ เธอบอกโลกยังไง?

พอของถูกใจสตางค์เรียบร้อยแล้ว มาถึงตอนที่ต้องขายจริงๆ สตางค์เริ่มจากทำโปรดัคชั่น เป็นลุคบุ๊คของเธอก่อน “หนูมีพี่ช่วยทำสไตลิสท์ให้ค่ะ หนูเลือกนางแบบเอง เป็นน้องอุ๋ย และน้องแจน เป็นผู้หญิงร่างสูงเพรียว สง่างามใช่เลย ก็เลยถ่ายรูปออกมาก่อนค่ะ” แล้วเธอก็ทำเป็นวีดีโอเล็กๆ ซึ้อโฆษณาในเฟซบุ๊คลงมันที ผลปรากฏว่าภายใน 1 เดือนเธอขายไปได้ 20 ผืนสวยๆ แบบไม่ได้พยายามอะไรมากด้วย เธอบอกว่า “อยากเริ่มทำแบบไม่เครียดค่ะ ไม่ได้หวังกำไรมาก ของสตางค์ผืนละ 1,790 บาท แต่แพคเกจจิ้งนี่จัดเต็มมาก รวมๆ แล้วกำไรไม่เยอะเลยค่ะ” คือแพคเกจจิ้งที่สตางค์ว่า มาด้วยกล่องสีน้ำเงินไฮโซ ใส่ผ้าพันคอเข้าไปในถุงสีเดียวกัน มีโลโก้รูปหงส์พันผ้าพันคอ ดูเหมือนแบรนด์เนมในลอนดอนเลย

scarf-model1

แผนต่อไปของผ้าพันคอเธอ สตางค์ตั้งเป้ายังไงบ้าง

สตางค์ยิ้มกว้างสุดๆ บอกว่า “ตอนนี้กำลังพัฒนาลายวัดโพธิ์อยู่ค่ะ แล้วก็ตั้งใจว่าอยากส่งออก อยากให้คนประเทศอื่นเห็นลายของเรา” เธอเคยควักเงินเก็บไปออกบูธที่ใต้หวันมาแล้วด้วยนะ ฟี้ดแบ็คดีเลย ทำให้สตางค์มีกำลังใจอยากส่งไปสิงคโปร์ กับใต้หวันขายด้วย แต่ในอนาคตอันใกล้ ผ้าพันคอของเธอจะไปวางขายในโรงแรม 2 แห่งคือ แมริออท เมย์แฟร์ที่กรุงเทพ และโซฟิเทล โพคีธารา กระบี่ แค่นี้เธอก็มาไกลมากเกินคาด เพราะไม่ง่ายเลยที่จะมีโปรดัคท์ เข้าไปขายในโรงแรมได้แบบนี้ เราถามว่าสุดท้ายแล้ว อะไรที่ทำให้สตางค์เริ่มจากศูนย์ ลุยมาจนมีวันนี้ได้ เธอบอกว่า

 

“หนูไม่เคยล้มสิ่งที่ตั้งใจไว้ค่ะ” สตางค์ใช้ชีวิตแบบเซ็ตเป้าหมายให้ตัวเองเป็นปีๆ ไป ปีนี้จะต้องสร้างอันนี้ ปีหน้าจะทำอันนี้ และเธอบริหารเงินตัวเองได้ดีมาก เก็บไว้ลงทุนของตัวเอง เก็บไว้ใช้ในอนาคต เก็บไว้ใช้จ่ายทั่วไป มีความรักกับโอปป้า ที่เราแอบถามเธอว่า ให้เปอร์เซ็นต์ความสำคัญยังไงกับเรื่องงาน และความรัก “รักก็ดีมีไว้ แต่ถ้าแย่เมื่อไหร่ ไม่เอาค่ะ เลือกทำงานให้ดี ไม่ขอเสียสติเรื่องความรักแน่นอนค่ะ”

 

คลีโอขอขอบคุณ แรงบันดาลใจนี้ของน้องสตางค์

satang-scarf

ศศิฐณัฐ ไกรพานนฑ์, 27 ปี เจ้าของแบรนด์ Sasitanat Scarf
FB: Sasitanat Scarf

 

scarf-shooting1

scarf-shooting4

scarf7

HOROSCOPE