เธอสู้กับฝันมากว่า 8 ปีเพื่องานช่างภาพในเมืองที่แข่งขันกันสูงที่สุดในโลก - CLEO Thailand Online Magazine

เธอสู้กับฝันมากว่า 8 ปีเพื่องานช่างภาพในเมืองที่แข่งขันกันสูงที่สุดในโลก

สัมภาษณ์โดย MissP

เราได้รู้จักกับพี่เหม่ง – กิ่งกาญจน์ ศิริพิริยะกุล บ่อยครั้งผ่านทางผลงานวีดีโอไทยแต่ภาพในนิวยอร์ค สงสัยบ้างว่าแต่ละแบรนด์ แต่ละลูกค้าเขาหอบหิ้วทีมไปถ่ายทำกันถึงอีกครึ่งโลกกันหรือยังไง จนได้รู้จักกันผ่านทางเพื่อนของเพื่อนอีกครั้งถึงได้รู้ว่า ที่นิวยอร์คมีทีมคนไทยคุณภาพอยู่เบื้องหลังไกลลิบนั่นเอง

กว่าจะลัดฟ้าไปถึงนิวยอร์คได้เธอเคยใช้เวลากับงานสายฟิล์ม เป็นผู้ช่วยกล้องอยู่ที่ไทยอยู่สองปี แต่ด้วยความที่จบนิเทศฯ เอกโฆษณา ทั้งทีฝันอยากเป็นช่างกล้องหลักเลย เธอเลยขอออกไปใส่ความรู้สายตรงเพิ่มเติม ที่ New York Film Academy “ความจริงตอนแรกเราไปเรียนภาษาก่อนสองปี แต่สองปีกับภาษาไม่อยากทิ้งงานด้านฟิล์มเลยไปหางานช่วยที่กองถ่ายบ้าง ไม่ได้เงิน แต่ก็อยากทำจะได้ยังได้อยู่กับมัน จากนั้นก็เลยตัดสินใจเรียนต่อ”

 

ทำไมถึง นิวยอร์ค

ในเมื่อคนทำอาร์ตด้านนี้ที่นี่เยอะมาก! อยู่แล้ว แม้จะเรียนที่นี่ก็ไม่เห็นจะเป็นต้องทำงานที่นี่ แต่ด้วยมนต์เสน่ห์อะไรก็ไม่รู้ของนิวยอร์คก็ทำให้ไม่ว่าจะใครก็ตาม บอกลาเมืองแห่งความหลากหลายนี่ได้ง่ายนัก “ตอนที่มาที่นี่ก็คิดนะว่านิวยอร์คสวย มีเอกลักษณ์ ภาพที่ถ่ายจากที่นี่จะได้ความสวยจรงนั้น ความจริงก็อยากลองได้มุมของที่อื่นๆ ในโลกเหมือนกัน แต่นิวยอร์คสอนอะไรได้เยอะ”

“แต่ระบบก็จะต่างกันกับที่ไทย ที่นี่เขาจะแบ่งหน้าที่ชัดเจน หน้าที่ใครหน้าที่คนนั้น ทุกคนจะให้เกียรติกัน ถ้าจะหยิบอะไรไปใช้จะต้องขออนุญาต เห็นวางอยู่จะหยิบไปใช้เฉยๆ ไม่ได้  บริษัทเก่าที่เคยทำงานด้วย เขาจะบอกเราว่าถ้าอยู่ว่างๆ เฉยๆ ก็ไปช่วยคนอื่นเขาทำ แต่ที่นี่ห้ามก้าวก่าย และ safety first สำคัญมาก ห้าม! วิ่งในกอง วิ่งปุ๊บโดนด่าทันที เขาจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของทุกคนเท่ากันทั้งหมด”

“อีกอย่างคือด้วยระบบที่นี่ ลูกค้าจะไม่ค่อยแก้งาน คือเขาจะไม่ก้าวก่ายการตัดสินใจของผู้กำกับมากนัก”

 

ทำฟรี ทำด้วยใจ ไม่ได้เงิน

น่าจะเป็นโอกาสน้อยมากสำหรับคนไทยในเมืองนอกที่จะได้งานดีๆ สร้างชื่อเสียง สร้างโอกาสต่อไป แต่ด้วยความดื้อและอดทนเหลือเกินของเธอ ทำได้ แม้ไม่ได้อะไรตอบแทน “ที่นี่เราต้องเป็นอาสาสมัครเพื่อเอาคอนเนคชั่น ยอมทำงานฟรี ออกกองไม่เอาค่าตอบแทน อย่างเราจะใช้วิธีหาคนที่เราชื่นชอบผลงานเขา คนที่ทำงานสไตล์เดียวกัน เราว่าอย่างน้อยเราได้ประสบการณ์ เราได้เรียนรู้ยังดีกว่าอยู่เฉยๆ”

จนมาถึงตอนนี้เธอทำงานได้เงินแล้ว “เราถ่ายวีดีโองานแต่งงานเป็นหลัก แล้วก็มีงานถ่ายหนังสั้น Music Video แล้วก็ fashion film และยังเป็นผู้ชายกล้องด้วย ความสนุกของงานแต่งงานคือเราได้เจอคู่รักหลากหลาย แต่ละคู่แต่ละคนนิสัยไม่เหมือนกัน เราต้องปรับตัวเร็ว และแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเร็ว เพราะงานแต่งเกิดขึ้นครั้งเดียว มันเป็นโมเมนต์ตรงนั้น เวลาจำกัด แสงธรรมชาติอีก ทุกอย่างเร็วมาก ทำให้เราฝึกความคล่องแคล่วและเรียนทุกอย่างเต็มๆ”

 

ผลงานจากกลุ่มคนนิวยอร์คที่ผ่านตาคนไทย

“ด้วยความที่นิวยอร์คมีกลุ่มคนเรียนทำหนักเยอะ เขาก็เลยจะคอยช่วยเหลือคนไทยที่มาถ่ายงานที่นี่ คอยประสานงานและทำโปรดักชั่นให้” และก็มีหลายงานที่ผ่านมือพี่เหม่ง แม้คนดูจะบอกว่าเจ๋งทุกงานแต่เธอก็ยังรู้สึกว่าอยากทำได้ดีกว่านี้ “อยากทำดีกว่านี้ทุกอันเลย เราเรียนรู้จากความผิดพลาด แต่ละงาน แต่ละโปรดักชั่นจะไม่เหมือนกัน งบ คน เวลา พอทุกงานเสร็จออกมา เราได้เห็นผลงานก็คิดว่างานหน้าอยากทำได้ดีกว่านี้ทุกครั้ง”

อยากเห็นผลงานเธอกันรึยัง แล้วจะร้องอ๋ออออออ เคยเห็น!

“งานนี้พี่สแตมป์เขาอยากให้แค่ถ่ายเขาเดินๆ เลยในที่ต่างๆ ในนิวยอร์ค แล้วเขาก็เอาไปตัดเอง”

 

Vogue Thailand May issue 2017 from Kingkan Siripiriyakul on Vimeo.

“Teen Queen Collection” – Lyn Around Winter 2017 from Kingkan Siripiriyakul on Vimeo.

 

อีกงานที่เธอทำและมีตัวเธอเองด้วยเพิ่มมาจากสี่ตัวละคร เป็น 5 ก็คือมิวสิควีดิโอ “เรื่องระหว่างทาง” ของลุลา

“เพลงนี้ลุลาเขาเคยมาเที่ยวนิวยอร์คและเคยได้เห็นชีวิตคนไทยที่นี่ ทุกคนสู้ชีวิตเหลือเกิน เลยไปเล่าให้คุณสุชาติฟัง เขาก็เลยอยากทำเอ็มวีในนิวยอร์คเล่าเรื่องราวของคน 5 คนจนกลายมาเป็นเอ็มวีนี้”

 

บอกแล้วว่างานฟรี งานผู้ชายก็ยังทำ!

งานนี้ที่สายฮิป เหล่าแฟนคลับน้องจูนจูนคงต้องเคยเห็นและกดดูเป็นสิบๆ ครั้งแน่ๆ อันนี้พี่เหม่งเป็นผู้ช่วยกล้องด้วย และมีอีกหลายงานที่เป็นทั้งผู้ช่วยกล้อง หรือกล้องสองบ้างบางที

“ชิ้นที่ภูมิใจคือตอนไปตามศิลปินคนนึงเขาเป็น bodyscape เราได้คอนเนคชั่นตอนที่เราทำงานที่ LA รู้จักกับช่างกล้องคนนึงมาเรื่อยๆ จนย้ายมานิวยอร์ค เขาจะไปถ่ายศิลปินคนนี้ทุกปี ปีหนึ่งเขาไปไม่ได้เลยโพสต์เฟสบุ๊คว่าใครไปได้ เราเห็นอยากไปเลยได้ทำงานกับลุงออก roadtrip 14 วันเลย” ด้วยความเชื่อทีว่าเธออยากทำให้สุด ใช้ทุกวันให้คุ้มเลยคว้าทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามา “ความจริงแล้วถ้าในนิวยอร์คชอบ Brooklyn นะ เพราะยังมีตึกเก่า มีอะไรเก่าๆ เป็นย่านฮิปสเตอร์ ฝรั่งเขาไม่แคร์คำนี้เท่าไหร่ ฮิปก็ฮิป”

 

ขอสามที่ไฮไลท์

เราเลยได้โอกาสขอคำแนะนำถ้าวันหนึ่งไปนิวยอร์คแล้วอยากจะมองผ่านมุมพี่เหม่งดูสักครั้ง มุมไหนดีที่จะได้รู้จักนิวยอร์คในสไตล์พี่เหม่ง “ชอบฝั่งที่เขาเรียกว่า Two Bridges ซึ่งหมายถึงสะพาน Brooklyn และ Manhattan แล้วก็บนสะพาน Brooklyn อีกที่คือ Central Park ในนิวยอร์คเราได้เจอคนแปลกๆ บ้าง เหมือนคนบ้าหรือจริงๆ เขาอาจจะไม่ได้บ้า ตอนแรกก็ตกใจ แต่หลังๆ เราแค่นิ่งใส่ ด้วยความชิน”

นานขนาดนี้แล้วที่ใช้ชีวิตอยู่ในต่างบ้านต่างเมือง แต่เธอก็ยังอยากกลับบ้าน แค่เห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่จะได้ไขว่คว้าหาประสบการณ์ที่ ‘บ้าน’ อาจจะไม่ได้สอนเธอได้ขนาดนี้ “เรายังอยากกลับไปทำงานที่ไทย แต่ที่นี่เราได้เรียนรู้ ทุกคนก็อยากทำงานนอกประเทศแหละ เราได้โอกาสและได้ประสบการณ์ที่นี่ เทคโนโลยีอะไรก็ดีกว่าที่บ้านเราน่ะ ได้มาเรียนรู้วันนึงกลับบ้านไปเผื่อเอาไปใช้ได้”

 

เจอตัวเองเร็วและอยู่กับมันได้นาน

เทคนิคของพี่เหม่งไม่มีอะไรมากเลย เธอรู้สึกว่าการค้นพบตัวเองมันเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา เพราะเธออยู่กับความสุขของเธอเรื่อยๆ “เราทำมันมาเรื่อยๆ จนรู้สึกว่ามีแพสชั่นกับมันมาตั้งแต่เริ่ม ทำทุกวันอยากจะเลิกหลายครั้งนะเพราะโดนขโมยของบ่อยมาก ตอนไปถ่ายหนังที่แอลเอก็โดนงัดรถ ไปทำของคนอื่นเขาพังก็ต้องจ่ายหลายแสน” อีกจุดเลยคือบางครั้งพี่เหม่งก็เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่นเหมือนคนทั่วไปอ่ะแหละ แต่เธอก็สู้กับความคิดนั้นมาตลอด “พอเห็นคนอื่นเขาก้าวไปไกลกว่าเราเยอะก็ท้อนะ แต่ก็พยายามลงมือทำให้เยอะที่สุด เราทำงานตลอดเพื่อพัฒนาตัวเอง บางงานฟรีก็ยังทำเพราะอยากฝึก อยากเรียนรู้ความหลากหลาย คนแต่ละคนวิธีการทำงานก็ไม่เหมือนกัน”

“ยังรู้สึกสนุกทุกครั้งที่ได้ทำ ทุกครั้งที่ได้จับกล้องเราได้สร้างแสง ดีไซน์แสงของตัวเอง ก่อนถ่ายเราจะเครียดมาก นอนไม่หลับ หลังๆ เป็นน้อยลง เริ่มจับทางได้ เราเรียนรู้มากขึ้น”

พี่เหม่งเองก็มีคนที่เธอชื่นชมอยู่ในใจเสมอคือ “พี่แดง – ชาญกิจ ชำนิวิไกรพงษ์ เป็นเจ้านายเก่าเรา เรารักมากเหมือนเป็นพ่อคนที่สอง ทุกครั้งที่ท้อแล้วพอเราอีเมลล์หา เขาทำให้เราอยากจะสู้อีกครั้ง เขาทำให้เราหายเหนื่อยได้ และอีกคนก็คือ พี่หญิง – นิรมล รอสส์

 

ฝันต่อไปที่อยากไปให้ถึง

“อีกอย่างที่อยากทำนะ เราคิดโปรเจคของตัวเอง น่าจะเป็นหนังสั้น ใส่เสียง voice over แล้วก็อยากทำหนังดราม่า ที่ทำให้คนร้องไห้ได้จะรู้สึกภูมิใจมาก แต่ก็ยังอยากทำสิ่งที่ทำอยู่แหละ ถ้าเป็นไปได้อยากเดินทางถ่ายหนังทั่วโลกไม่อยากอยู่กับที่ อยากถ่ายหนังต่างประเทศ”

แล้วเธอก็ไม่หยุดที่จะเรียนรู้แม้จะไม่ได้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากพักผ่อนนอนหลับแล้วเธอก็ใช้เวลาหาความรู้เพิ่มเติม “เราชอบเดินเล่น เดินไปเรื่อยๆ เลยเพราะจะได้ถ่ายรูป และอีกอย่างคือดูหนังอินดี้ นิวยอร์คดีอย่างหนึ่งก็คือ บางเรื่องเขาจะมี Q&A กับผู้กำกับตอนจบหนัง บางที่ๆ เราเป็นสมาชิก เขาก็จะมีหนังก่อนฉายในโรงให้ดูฟรี เราก็ไปหมด”

แม้ว่าพี่เหม่งจะเจอความฝันของเธอเร็ว แต่เธอก็สู้เพื่อมันมาอย่างหนักไม่ได้ปล่อยให้ฝันเป็นแค่ฝันไปเรื่อยๆ เพราะการทำตามฝันไม่ใช่แค่เริ่มแล้วประสบความสำเร็จ แต่มันคือการทำต่อไป ให้ดีขึ้นเพื่อผลงานและเพื่อพัฒนาตัวเองไปไม่มีวันหยุด

 

ติดตามผลงานของเธอได้ทาง Vimeo : @Kingkan Siripiriyakul

HOROSCOPE