เธอคือนักเขียนรางวัลซีไรต์ที่อายุน้อยที่สุดในตำนาน!!!

ซีไรต์เป็นหนึ่งในรางวัลที่คนหนังสือต่างใฝ่ฝัน เป็นรางวัลทรงเกียรติที่ได้รับการยอมรับจากนักเขียน นักอ่านในกลุ่มประเทศอาเซียน เรียกว่าเป็นการการันตีทั้งคุณภาพของหนังสือและนักเขียนด้วย ปีนี้ดูเหมือนว่าจะน่าสนใจมากกว่าทุกปี เพราะลี้ – จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท สร้างประวัติศาสตร์ใหม่เป็นนักเขียนรางวัลซีไรต์ที่อายุน้อยที่สุดด้วยวัยเพียงแค่ 25 ปีเท่านั้น แถมมุมมองงานหนังสือของเธอก็ลึกล้ำสุดๆ ไปเลย

 

รางวัลซีไรต์ถ้าจะให้เปรียบคงเหมือนศิลปินแห่งชาติ

รางวัลซีไรต์ (S.E.A. Write) หรือรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน  เป็นรางวัลที่มอบให้กับนักเขียน 10 ประเทศทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบ่งรางวัลเป็นกวีนิพนธ์ เรื่องสั้น นวนิยาย ละครเวที คติชนวิทยา รวมถึงงานเขียนสารคดีและด้านศาสนา ถ้าจะให้เปรียบรางวัลนี้คงเหมือนกับรางวัลศิลปินแห่งชาติยังไงยังงั้น เพราะนักเขียนที่ได้รางวัลต่างก็เป็นนักเขียนที่มีความสามารถล้น

 

เริ่มเขียนหนังสือตั้งแต่อายุ 12

ย้อนกลับไปตั้งแต่จุดเริ่มต้นในแวดวงวรรณกรรม ลี้เริ่มต้นเขียนหนังสือตั้งแต่ตอนอายุ 12 ปี “เริ่มเขียนตั้งแต่ตอนอายุ 12 เราชอบอ่านหนังสือ แล้วเราก็เห็นว่ามีเยาวชนที่เขียนงานแนววัยรุ่น มีผลงานตีพิมพ์ เราก็อุ้ย เด็กๆ ก็เขียนหนังสือได้ ก็เลยเริ่มต้นเขียนหนังสือตั้งแต่นั้น หลังเรียนจบก็ไปทำงานบริษัทอยู่พักนึง แต่ว่าตอนเรียนเราก็เริ่มมีงานเขียนที่ได้รางวัลบ้างแล้ว เหมือนมีงานตีพิมพ์บ้างแล้ว ก็เลยตัดสินใจลาออกมาเขียนหนังสือเต็มเวลา”

 

 

วัยเรียนในรั้วธรรมศาสตร์ลี้มีโอกาสส่งผลงานเข้าประกวดหลายครั้ง และได้รับรางวัลมาหลายรางวัล อย่างรางวัลนายอินทร์อวอร์ด, Young Thai Artist ของ SCG และรางวัลที่มหาวิทยาลัยจัด ก็ไม่ได้มีผลงานรวมเล่มเป็นของตัวเอง “ส่วนใหญ่ลี้จะส่งเป็นเรื่องสั้น ได้รางวัลแล้วก็จบ หรือบางทีเขาก็ตีพิมพ์เป็นสูติบัตรงานให้ อย่างรางวัลนายอินทร์อวอร์ด เขาจะเอาเรื่องทั้งหมดที่เข้ารอบ มาพิมพ์รวมกัน เราก็จะไม่ได้รู้สึกว่าเล่มนี้คือหนังสือของเรา แต่ว่าเป็นหนังสือที่เขียนร่วมกับพี่ๆ คนอื่น”

 

 

สิงโตนอกคอก หนังสือรวมเล่มครั้งแรก

แม้ว่าจะเขียนเรื่องสั้นประกวดมาเยอะ แต่ก็ยังไม่เคยได้มีหนังสือของตัวเองเลยสักครั้ง สิงโตนอกคอกเป็นผลงานชิ้นแรกที่ลี้ได้รวมเรื่องสั้นของตัวเอง ซึ่งเรื่องสั้นต่างๆ ก็ไม่ได้มีแรงบันดาลใจจากที่ไหน นอกจากความชอบเขียนหนังสือล้วนๆ “สิงโตนอกคอกมันเกิดจากเราเขียนเรื่องสั้นมาเยอะๆ แล้วก็มาคัดเรื่องที่เป็นแนวดิสโทเปีย แนวแฟนตาซีมืดหม่นหน่อย มีความไซไฟรวมมาเป็นเล่มนี้ เพราะงั้นมันจะไม่มีแรงบันดาลใจว่าต่อไปนี้ฉันจะเขียนเรื่องอะไร แต่ว่ามันเกิดจากการเขียนนานแล้ว แล้วมารวมกันเป็นเล่มนี้

 

 

สัจนิยมมหัศจรรย์

ความสนใจของลี้เกี่ยวกับงานหนังสือมีหลายแนว ลี้เขียนทั้งนิยายสาววาย ชายรักชาย รวมถึงงานวรรณกรรมด้วย แนวที่เธอสนใจเป็นพิเศษและเป็นแก่นหลักของสิงโตนอกคอกคืองานแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ หรือที่เรียกว่า Magical Realism “เราชอบแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ ถ้าแฟนตาซีอาจจะนึกถึงเจ้าหญิง เจ้าชายแล้วมีพ่อมดเครายาวใส่หมวกแหลมประมาณนั้น แต่แนว Magical Realism จะเหมือนโลกปัจจุบันนี่แหละ แต่มีอะไรแปลกๆ มีความไม่ธรรมดาสอดแทรกอยู่นิดหน่อย เราชอบอ่านแนวนั้น แล้วสิงโตนอกคอกก็ตั้งใจให้เป็นแนวนั้นด้วย” แต่ถึงเธอจะให้นิยามว่าสิงโตนอกคอกเป็นวรรณกรรมแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ คนกลับมองว่าความผิดปกติที่เธอใส่ไว้ในเล่ม เกิน Magical Realism ไปอีก เลยถูกจัดว่าเป็นแนวแฟนตาซีแทน

 

ความไม่น่าเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นจริง

ลี้บอกเลยว่าตอนที่ประกาศรายชื่อ short list แล้วมีชื่อของเธออยู่บนนั้น ถึงกับเป็นงงไปเลย “ลี้ค่อนข้างงงเพราะตอน long list มีหนังสือหลายเล่มที่น่าจะเข้ามาแน่นอน แต่ก็ไม่ได้เข้ามา แล้วเราก็ไม่คิดว่าเราจะได้เข้า เพราะมีหลายเล่มที่ดูเข้ม ฟอร์มดี ตอนที่ได้ short list เราก็คิดว่าถ้ามันได้ซีไรต์ ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะว่าคนอื่นๆ ก็เข้มมาก มีอะไรการันตีว่าเขาสมควรที่จะได้ คิดว่าถ้าเราได้มันต้องเกิดประเด็นแน่เลย ซึ่งเราก็ได้ แล้วก็เป็นธรรมดาที่ต้องเกิดประเด็น” หลังรับรางวัลซีไรต์แล้ว ลี้บอกเองเลยว่าเริ่มเครียดแล้ว “มันก็เริ่มมีทั้งก้อนหินและดอกไม้ แต่ก็ไม่รู้ว่าผ่านไปอีกหนึ่งสัปดาห์ เราจะเครียดหนักขึ้นหรือเราก็จะเริ่มรู้สึกว่าเอ้อ ตลกจัง มาเลย ชิลล์ๆ วินาทีนี้ที่สัมภาษณ์กับคลีโอ เริ่มเครียดแล้วเหมือนกัน กาลเวลาเคลื่อนไหวได้

 

จุดเด่นของสิงโตนอกคอก คือเข้าถึงคนได้ง่ายโดยไม่ต้องพยายาม

ถ้าจะถามถึงจุดเด่นของสิงโตนอกคอกจากมุมของคนเขียน ลี้ตอบเลยว่าเพราะมันอ่านง่าย “สิงโตนอกคอกเด่นที่มันอ่านง่าย มีคนอ่านหลายคนทวีตมาหาลี้ คอมเมนท์มาหาลี้ แล้วบอกว่าไม่เคยอ่านวรรณกรรมมาก่อนเลย แล้วเขามาอ่านแล้วมันก็ไม่ได้หนักอย่างที่เขาคิด มันอ่านง่าย เขารู้สึกว่าเขามีส่วนร่วมกับมันได้ ให้อารมณ์แบบแฟนตาซี ดิสโทเปีย เหมือนดูฮังเกอร์เกม มีประเด็นอะไรให้คิด แต่ตอนดูสนุก เหมือนเชียร์แคทนิส เพลินๆ ลี้คิดว่ามันเป็นจุดเด่นของสิงโตนอกคอก

ถึงแม้ว่าสิงโตนอกคอกจะชนะรางวัลซีไรต์ ส่วนตัวแล้วลี้คิดว่าหนังสือหกเล่มสุดท้ายต่างเป็นหนังสือที่ดีในทางของตัวเอง “เราอาจจะไม่ได้ใช้ภาษาสวยงามมาก แต่อาจจะน่าสนใจ บางเล่มพล็อตไม่ได้น่าตื่นเต้นมาก แต่นักเขียนมีความสามารถในการใช้ภาษา สมมติคุณเป็นกรรมการ คุณจะบอกได้ยังไงว่าหนังสือดีคือหนังสือที่ภาษาดี หนังสือดีคือหนังสือที่ตัวละครแปลกใหม่หรือพล็อตแปลกใหม่ เพราะความจริงมันเหมือนเป็นการเลือกข้ามหัวข้อ เหมือนขนม ของหวาน กับแกงเขียวหวาน แกงส้ม การที่กรรมการเขาจะเลือก ลี้คิดว่าเขามีประเด็นอะไรบางอย่างที่คิดว่าเล่มนี้แหละที่จะส่งผลอะไรต่อไป ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของเขา เพราะเรามาแข่งในสนามของเขา”

 

 

งานวรรณกรรมรายได้น้อย ความเครียดสูง

ลี้เขียนหนังสือมาแล้วหลายแนว ทั้งงานแมสและงานวรรณกรรมขบคิด ความแตกต่างของทั้งสองอย่างนี้คือรายได้ ที่ถึงจะไม่ได้อู้ฟู่แต่ก็มีความต่างกันอยู่เยอะ “เราไม่ได้มุ่งหวังทำเงินจากวรรณกรรมนะ เอาจริงๆ เงินมันจะน้อยกว่ามากจากงานแมส ลี้ไม่ได้มุ่งหวังทำเงินจากสิงโตนอกคอก แต่ความเครียดมันสูงกว่ามาก กดดันกว่ามาก ถามว่า อ้าว คุณมองว่างานชายรักชายของคุณมันไม่มีค่าหรอ เขียนง่ายหรอ ไม่ใช่เลย กว่าจะผ่านไปถึงบ.ก. ลี้อ่านทุกประโยคซ้ำๆ แต่ตัวเรื่องที่สุดท้ายไปจบลงที่ความรัก มีตัวละครหน้าตาน่ารัก ถึงเราจะทบทวนแต่มันก็รู้สึกฟิน แต่พอเป็นสิงโตนอกคอก มันมีการเปรียบเทียบเรื่องศาสนา การเมือง เรื่องความดีความเลว พอเราไปซ้ำๆ บางทีมันก็เครียดเหมือนกัน เหมือนเราไปขบคิดเรื่องที่มันหนัก”

 

 

ไอดอลของนักเขียน

เห็นเป็นนักเขียนมือรางวัล ลี้เองก็มีนักเขียนในดวงใจเหมือนกัน คนนั้นคือ ฟ้า พูลวรลักษณ์ เจ้าของหนังสือ โรงเรียนที่เงียบที่สุดในโลก “มันมีพลังงาน บางครั้งเขาเขียนอะไรแล้วคนอ่านไม่รู้เรื่อง เรายอมรับเลยนะว่างานของฟ้า ไม่ใช่งานที่ทุกคนอ่านได้ ฟ้าเหมือนเป็นงานศิลป์ที่เลือกคนที่มีความถี่ตรงกับเขาซึ่งเราก็เข้าใจ เวลาอ่านบางครั้งมันเล่าเรื่องราวแปลกประหลาด แต่เรารู้สึกว่ามันมีอะไรแทรกมานอกจากเนื้อเรื่อง มีอะไรบางอย่างที่เข้ามาพร้อมๆ กัน”

 

 

 

ส่วนหนังสือที่ลี้ชอบติดลิสต์ท็อป 5 ของตัวเองเลยก็คงหนีไม่พ้นหนังสือแนวสัจนิยมมหัศจรรย์ของกำมะหยี่ “เราชอบหนังสือของกำมะหยี่เล่มนึง ชื่ออารมณ์เศร้า เลมอนเค้ก เล่มนี้เป็นโลกเหมือนเรานี่แหละ แต่เป็นเรื่องในต่างประเทศ เป็นเด็กนักเรียนไฮสคูล แต่ว่าเด็กผู้หญิงที่เป็นตัวเอก เวลาเขากินอาหารก็จะรู้ว่าคนทำรู้สึกยังไง เราชอบอะไรแบบนี้ แล้วเวลาเราใช้ชีวิตก็จะคิดถึงมัน วันนี้มากินสลัด เราก็แอบดูหน้าพ่อครัว แล้วก็คิดว่าถ้าฉันเป็นตัวเอกของเรื่องนี้ ฉันจะได้รสอะไร เราชอบเรื่องแนวนี้มันเหมือนมีอะไรเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้เรานึกถึงมันต่อ”

 

“คุณไม่มีทางชอบหนังสือที่เขียนห่วยที่สุดในโลก”

ด้วยความเป็นนักเขียน การอ่านก็คืองานที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าการเขียน ต้องอ่านเยอะ เจอทั้งหนังสือที่ชอบและไม่ค่อยชอบ “มันก็มีบางเล่มที่เป็นหนังสือขายดี หรือมีคนบอกว่าดี แต่พอเราอ่านแล้วเราหงุดหงิด เราก็คิดเหมือนกันว่า บางครั้งหนังสือที่ดี โดยรวมคือตอนอ่านแล้วเราจะไม่คัดค้านความรู้สึก หนังสือที่ดีคือคุณอ่านแล้วชอบ ไม่ได้หมายความว่างั้นหนังสือเล่มนี้เขียนไม่ดีเลย แต่ฉันชอบก็เป็นหนังสือที่ดีใช่มั้ย สมมตินางสาว ก บอกว่าฉันชอบหนังสือที่เขียนห่วยที่สุดในโลก เพราะมันคือหนังสือที่ดี แล้วฉันจะยกมันเป็นหนังสือที่ดีได้มั้ย ลี้ก็คงจะตอบว่า เอาจริงๆ คุณไม่มีทางชอบหนังสือที่เขียนห่วยที่สุดในโลกหรอก มันไม่ทางสนุก”

 

 

มุมมองนักเขียนไส้แห้งจากนักเขียนซีไรต์

ถึงงานหนังสือจะมีรายได้น้อย แต่มีคำพูดนึงที่ติดอยู่ในใจและเธอชื่นชอบมากๆ “มีคำพูดนึงเราชอบมาก เขาบอกว่าเป็นของรงค์ วงษ์สวรรค์ แต่เราไม่เคยตรวจสอบนะว่ารงค์พูดจริงมั้ย เขาบอกว่านักเขียนมีสองทางให้เลือก คือหนึ่งจนอย่างไร้สาระ หรือรวยอย่างไร้สาระ จนสุดๆ กับรวยสุดๆ ไปเลย ลี้บอกเลยว่าทำวรรณกรรมแบบสุดๆ ไปเลย จนสุดๆ ไปเลยมีโอกาสเกิดขึ้นจริง และลี้ก็เห็นหลายคนในสายแมส แล้วรวยสุดๆ ก็มีโอกาสเกิดขึ้นจริง พี่บางคนเขียนวรรณกรรมเก่งมาก เขาอยากรวยวันนี้ เขาอยากเริ่มเขียนนิยายแมสก็ทำไม่ได้ มันจะขัดกัน เขาก็จะสดใสร่าเริงได้ไม่เท่าคนที่เขียนนิยายรักมาก่อน จะเขียนพระเอกได้ไม่หล่อเพียงพอ สุดท้ายเราจะมีความถนัดของตัวเอง”

 

ตลอดระยะเวลาที่นั่งสัมภาษณ์กับนักเขียนคนนี้ เราบอกตรงๆ เลยว่าเธอเซอร์ไพรส์เราได้ตลอดการสัมภาษณ์ ตั้งแต่คำพูดให้สัมภาษณ์ที่บางประโยคฟังแล้วเหมือนเรากำลังอ่านหนังสือเล่มนึงอยู่ ต่อมาคือความโก๊ะ ความฮา และเสียงหัวเราะที่ค่อยๆ ออกมาเรื่อยๆ จนจบการสัมภาษณ์ และที่เห็นจะโดดเด่นที่สุดก็คงจะเป็นมุมมองความคิดที่เต็มไปด้วยแง่มุมชีวิต ทั้งงานหนังสือ ความชอบ เรียกว่าเธอเป็นนักเขียนซีไรต์รุ่นใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุดในตอนนี้เลย

HOROSCOPE