เถียงคนที่ทำงานยังไงให้ฟังเราบ้าง ขอร้องล่ะ

 

ถ้าคิดว่าเรามาทำงานที่นี่ได้ เพราะความสามารถอะไรบางอย่างที่น่าจะเหมาะกับสิ่งที่ทำ เราต้องรู้จักเสนอไอเดียสร้างประโยชน์ให้กับงานที่ทำบ้าง เห็นหัวหน้าเงียบๆ เขาแอบคิดนะว่ายัยเด็กคนนี้มีแววรุ่ง ดูเป็นหัวหน้าดูแลงาน คุมคนอยู่ แต่สังคมทำงานสไตล์ไทยๆ ถ้าใครเถียงคนอื่นจะกลายเป็นพวกหัวรั้น ดูกบฎกับคนอื่นขึ้นมาทันที แต่เราต้องมีวิธีเนียนๆ แบบไม่หักหน้าคนอื่น หาโอกาสพูดออกไปบ้าง ถ้ายังไม่ฟังกันก็ถือว่าทำดีที่สุดแล้วกันเนอะ

 

ตำแหน่งเนี่ยสำคัญนะ
 

ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งหัวหน้าลูกน้องนะ เพราะบางทีหัวหน้าเราก็ควรรับฟัง เอามาลองทำดูก่อน ถ้าไม่เวิร์คค่อยเดินไปบอกเขาอีกที แต่ที่จะบอกนี้คือตำแหน่งที่เราอยู่ในสถานการณ์นั้น ดูว่าตอนที่ถกกันเรื่องงาน เรากับเพื่อนร่วมงานมี Body Language กันยังไง ถ้าเรากำลังนั่งแล้วเขายืนก็ชวนเขานั่งลงคุยกัน แต่ถ้าเขาไม่นั่ง เราก็ยืนคุยกับเขาไปเลย นี่เกี่ยวกับความมั่นใจอย่างหนึ่งเลย เราต้องนั่งหรือยืนตัวตรง ขาแยกออกจากกันเล็กน้อย ทิ้งระยะห่างของแต่ละคนไว้หน่อย เหมือนเรากับเขาต้องมีสเปซของกันและกันเอาไว้บ้าง คุยด้วยความนิ่งถึงสิ่งที่เราอยากให้เขาทำ 

 

ไม่ร้องไห้ ไม่ดราม่า
 

เวลาที่เราเถียงกับคนในออฟฟิศ เป็นเรื่องธรรมดาที่แต่ละคนต้องมีอารมณ์คุกรุ่นอยู่บ้างล่ะ หงุดหงิดว่าทำไมไม่ฟังเราซักทีฟะ ยิ่งผู้หญิงคุยกันจะมีความเชือดเฉือนเอาชนะกันอยู่แล้ว พอเถียงกันไปเรื่อยๆ เริ่มขึ้นเสียง น้ำตาไหลพราก เราจะเริ่มเตลิดไปกันใหญ่ ต้องคอยเบรคอารมณ์ตัวเอง อย่าให้เราฉุนจัด ตะโกนด่ากันลั่นเปลี่ยนออฟฟิศเป็นตลาดไปซะอย่างนั้น ดร.ไมเคิล กัตทริดจ์ นักจิตวิทยา แนะนำว่าให้ตัดบท พูดไปเลยว่างั้นเดี๋ยวเราค่อยมาคุยกันใหม่ ลองแยกไปหาข้อมูลฝ่ายตัวเองหรืออะไรก็ว่าไป พยายามทำตัวให้เป็นกลางที่สุด เพราะถ้าคิดว่าตัวเองถูกฝ่ายเดียว มันก็ไม่แฟร์เหมือนกัน เดินหนีแล้วคุยกันตอนอารมณ์เย็นๆ ดีกว่า

 

ไม่ตะคอกใส่ใคร
 

ไม่ว่าจะมีใครยั่วให้เราโมโหปรอทแตก ก็ห้ามตะโกนด่าลั่นออฟฟิศเด็ดขาด เพราะใครทำแบบนั้นก่อน เครดิตจะเสียก่อนทันที ดร. ไมเคิลยังแนะนำอีกว่า "วินาทีที่คุณตะคอกใส่อีกคนกลับ คุณก็จะแพ้ทันที เพราะคุณก็ดูแย่ๆ พอๆ กับคนที่ขึ้นเสียงใส่คุณก่อนนั่นแหละ" มองแบบเย็นชาแล้วเดินหนีไป จะทำให้คนๆ นั้นรู้สึกผิดไปเอง และสายตาของคนในที่ทำงานจะมองว่าเราอีโก้ดีมาก

 

ล้ำเรื่องส่วนตัว ทำไงดี?
 

ถ้าจะเถียงกันเรื่องงาน ต้องอยู่บนผลประโยชน์เพื่องาน เช่น ถ้าอยู่ในห้องประชุม คุยงานเพื่อไปขายลูกค้า เราเสนอไอเดียครีเอทีฟ เพิ่มสโคปงานเพื่อกำไรที่มากขึ้น ถ้าอีกฝ่ายบอกว่าไม่ทำ ทั้งที่ทุกคนก็มองว่าคนๆ นี้น่าจะทำได้ แค่เขาไม่อยากลงแรงเพิ่มจากงานที่ทำ บางทีอาจทำให้เขาเสียเวลาทำงานเพิ่มอีกแค่ 1 ชั่วโมง แล้วยัยเพื่อนคนนี้เริ่มลามมาด่าว่าฉันต้องไปเจอแฟน จะมาให้ทำงานแบบพวกสาวโสดไม่มีแฟนอย่างเธอไม่ได้หรอกนะ สะกิดต่อมเราแบบนี้ก็มีขึ้นนะ แต่เราจะไม่ตกเป็นเหยื่อในเกมส์ของหล่อนหรอกย่ะ มารูปแบบนี้เราก็คงทำอะไรไม่ได้ ให้เจ้านายเห็นธาตุแท้เธอไป ปล่อยคนพวกนี้ไปตามทาง เราทำงานให้เต็มที่ของเราแล้วกัน คิดซะว่าใครทำ ใครได้ เราเอาตัวเองให้ดีที่สุดดีกว่า 

HOROSCOPE