‘เชฟบิ๊ม’ เธอเป็นเชฟเพราะมีขนมญี่ปุ่นเป็นแรงบันดาลใจ

Interview by Meji

ใครเคยดู รายการ Itadakimasu ทริปกินแหลกล้างโลกทางช่องยูทูป น่าจะคุ้นหน้าเธอคนนี้ ปรางแก้ว บัณฑรรุ่งโรจน์ หรือ ‘เชฟบิ๊ม’ ที่รักการกินจนพาตัวเองมาร่ำเรียนด้านขนมหวานและเบเกอรี่ชื่อดังของญี่ปุ่น และยังเขียนหนังสือ ทำรายการอาหารไปพร้อมๆ กัน เรามาทำความรู้จักเธอให้มากขึ้นกัน ว่าอะไรเป็นแรงพลักดันทำให้เธอมาเป็นเชฟขนมญี่ปุ่น

 

 

 

 

หลงใหลขนมหวานญี่ปุ่น  จนตัดสินใจเรียนต่อเชฟ

“บิ๊มเรียนจบปริญญาตรีด้านบริหารธุรกิจจากญี่ปุ่นมา และบิ๊มเองเป็นคนชอบไปตระเวนกินขนมตามร้านต่างๆ จนรู้สึกอยากเรียน อยากทำได้จัง เลยตัดสินใจเข้าเรียนทำขนมหวานและเบเกอรี่ต่อที่สถาบัน Tsuji Gakkuen โอซาก้า ซึ่งเป็นวิทยาลัยที่โด่งดังด้านอาหารที่สุด ใช้เวลาเรียนอีกหนึ่งปี บวกกับตัวเองอยากได้ภาษาญี่ปุ่นเพิ่มแต่ไม่อยากเรียนโรงเรียนสอนภาษา เลยมองว่าถ้าเราเลือกเรียนอะไรที่เป็นวิชาชีพมันอาจจะได้ใช้ประโยชน์มากกว่า และระหว่างที่เรียนก็เป็นคนญี่ปุ่นสอน เราก็จะได้ทั้งทักษะเรื่องขนมและภาษาในเวลาเดียวกัน”

 

Culture Shock กับค่านิยมที่แตกต่าง            

จากที่เชฟบิ๊มเรียนมหาวิทยาลัยแต่เป็นหลักสูตรอินเตอร์มาก่อน เพื่อนๆ จะค่อนข้างรับวัฒนธรรมของต่างชาติได้ระดับหนึ่ง  แต่พอเธอได้มาเรียนทำขนมในโรงเรียนที่มีแต่คนญี่ปุ่นแท้ๆ เธอกลับถูกมองว่าแตกต่าง “ค่อนข้าง Cultur Shock นะ พอเราย้ายไปเรียนทำขนมทุกคนเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ ความคิดค่อนข้างแตกต่างกันเลย เขาจะคิดว่าคนที่เรียนมหาวิทยาลัยเป็นคนที่ไม่มีจุดมุ่งหมายที่แน่นอนจึงไปเลือกเรียนมหาวิทยาลัยก่อน อย่างเราเรียนจบแล้วแต่กลับมาเรียนทำขนม เขาก็จะมองว่าอ่าวทำไมถึงไปๆ กลับๆ เราก็บอกไปว่าเรามีเหตุผลแบบนี้ ค่านิยมของเมืองไทยทุกคนจะต้องเรียนจบอย่างน้อยปริญญาตรี  ไม่ได้เปิดหรือยอมรับเหมือนที่ญี่ปุ่นที่จะเลือกเรียนทางสายอาชีพได้เลย พอเราอธิบายเขาก็เริ่มเข้าใจ ก็ต้องค่อยๆ ปรับพอสมควร”

 

 

ขนมญี่ปุ่นใส่ใจผู้บริโภค อันดับ 1           

เชฟบิ๊มบอกเราว่า ขนมของญี่ปุ่นจะไม่ใส่สารเคมีเลยนะ เขาจะมีกฏหมายชัดเจนเลยว่าส่วนผสมนี้สามารถใส่ลงไปได้เท่าไหร่ ค่อนข้างให้ความสำคัญกับคนกินมากๆ อย่างร้านอาหารญี่ปุ่น ถ้าเราเจอแมลงสาบ หรืออะไรที่มันไม่ถูกสุขลักษณะ สามารถคอมเพลนหรือสั่งปิดร้านได้เลยทันที ก็จะโดนยึดประกาศนียบัตรไปเลย กฎหมายเขาแรงมาก

 

 

อร่อยจนคำสุดท้าย                           

เค้กบางที่กินแล้วรู้สึกว่าหวาน เลี่ยน แต่ของญี่ปุ่นจะไม่เลี่ยนเลย แถมความเบา นุ่มของเนื้อเค้ก เรากินคนเดียวได้จนหมดคำสุดท้าย นี่แหละเป็นเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร แล้วตัวเชฟเองเขามีอินสไปร์เรชั่นในการทำด้วย บางทีเขาไม่ได้มองเรื่องตัวเงินเป็นสำคัญนะ แต่มันเป็นแพชชั่นที่อยากจะทำออกมาให้อร่อยที่สุด คนกินมีความสุข เวลาบิ๊มไปทานร้านเชฟดังๆ ก็จะชอบคุยกับเชฟ บางคนจบวิศวะมา เราก็สงสัยว่าเอ๊ะ? ทำไมไม่ไปทำในสายอาชีพเขาซึ่งอาจจะได้เงินมากอยู่แล้ว แต่มักได้คำตอบมาเหมือนกันว่า เป็นความสุขที่เขาอยากทำ ทุกชิ้นจึงเกิดจากความตั้งใจ เวลาเห็นร้านขนมในญี่ปุ่น แม้จะเป็นร้านเล็กๆ แต่มั่นใจได้เลยว่าวัตถุดิบที่คัดสรรมาจะต้องดีที่สุด”

 

3 ร้านนี้ต้องลองสักครั้ง!                      

                                                                                                                     

 

ถ้ามาโตเกียวต้องมา ร้าน  a tes souhaits  เค้กอร่อยมาก เป็นอันดับหนึ่งในโตเกียวเลย ตอนนั้นบิ๊มทำเล่ม “โยกาชิ Diary บันทึกขนมหวานและเบเกอร์รี่สไตล์ญี่ปุ่น” กำลังตามหาร้านขนมญี่ปุ่นดังๆ มารวมไว้ในหนังสือ แล้วก็ไปเจอใน Tabelog เว็บรีวิวร้านอร่อยของญี่ปุ่น เลยไปลองกินตาม ที่นี่มีเค้กสตรอว์เบอร์รี่หวานนุ่ม ทาร์ตผลไม้ก็จัดหนักจัดเต็ม แค่แป้งทาร์ตก็อร่อยมากแล้ว

ร้านเนื้อย่าง ชินมิสุ  ในวันนึงเขาจะคัดวัวมาแค่หนึ่งตัวเท่านั้น ถ้าเกิดเราอยากกินส่วนที่เป็นลิ้นก็จะมีเพียงไม่กี่ชิ้น เป็นความพิเศษของร้านเลย เวลามาจึงต้องจองคิวล่วงหน้า ส่วนราคาย่อมเยาว์ทีเดียว เจ้าของเป็นคุณลุงอายุมากหน่อย ไม่อยากบอกใครมากกลัวคนมาเยอะ เดี๋ยวเราไม่ได้กิน 555

ร้าน Sushidai เป็นร้านที่อยู่ตรงตลาดปลาซึกิจิ แต่ตลาดปลากำลังจะปิดเลยไม่แน่ใจว่าต้องย้ายรึป่าว ได้เชฟเบอร์หนึ่งของร้านมาทำให้ บอกได้คำเดียวว่า อร่อยมากกก ไม่สงสัยเลยว่าทำไมเลเวลที่ได้จากการจัดอันดับความอร่อยสูงถึง 4.1 กว่า พอไปทานแล้วรู้เลย อย่างหอยเชล ก็จะแกะออกมาเป็นดอกไม้ เชฟก็จะมีท่าร่ายรำ เพลินดี เราก็จะชอบถามเชฟ เชฟก็จะชอบแถมให้เราชิม 55 และเขามองว่าการพูดคุย สนุกสนานกับลูกค้าเป็นการเอนเตอร์เทนให้ลูกค้ากินแบบมีความสุขที่สุด

 

 

 

 

 

เธอมี 2 รายการอาหารบนช่องยูทูป

“ตอนนี้บิ๊มเป็นพิธีกรรายการ ชื่อว่า “Marry Me กินดีนะคร๊า” กับทาง  Sangdad Publishing ลงทางช่องยูทูป เป็นรายการเกี่ยวกับแข่งทำอาหาร เปิดตัวไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รายการสบายๆ ไม่ทางการมาก คอนเซ็ปต์เราจะให้คนมาสมัครแข่งกันทำอาหาร แล้วมีคนตัดสินเป็นผู้ชาย ซึ่งแต่ละเทปก็จะต่างคาแรกเตอร์กันไป มีทั้งหนุ่มเนิร์ด บอสหนุ่มหรือแนวแบดบอย  ส่วน “Itadakimasu ทริปกินแหลกล้างโลก” เกิดจากการถ่ายคลิปเล่นๆ แล้วมาตัดลงยูทูป ไม่ได้คิดทำซีเรียตเลยแต่ฟิคแบล็กมันโอเคมาก เลยทำเรื่อยๆ และจากEP.แรกๆ บิ๊มพาไปตะลอนกินที่ญี่ปุ่นซะเยอะ ครั้งนี้จะมีที่ไทยและเวียดนามด้วย เพราะช่วงนี้จะต้องไปทำงานเวียดนามบ่อย ก็จะเห็นทริปที่เวียดนามมากขึ้น เเละรู้สึกเริ่มหลงเสน่ห์อาหารเวียดนามเข้าแล้วด้วย เวลากลับมาก็จะคิดถึง รสชาติมันเป็นเอกลักษณ์นะ ทานได้เรื่อยๆ คนละฟีลกันกับญี่ปุ่น”

 

 

 

 

เขียนหนังสือจนติดอันดับขายดี

“พอเรียนจบทำขนมมาแล้วเพื่อนอยากให้เรามาลองเขียนหนังสือ ก็เขียนให้แล้วเกิดขายดี จนมีออกมาเรื่อยๆ เป็นซี่รี่ย์ ก็มี เดซาโตะ , โยกาชิ Diary , My tokyo cafe ของสำนักพิมพ์แสงแดด รวบรวมสูตรอาหารและขนมสไตล์คาเฟ่ญี่ปุ่นทำเองได้ง่ายๆ ที่บ้าน อย่างข้าวแกงกะหรี่ โครเก็ต แฮมเบิร์ก หรือเยลลี่กาแฟ”

 

 

 

 

 

ความสุขคือการได้กินของอร่อย

เธอตอบเราชัดเจนเลยว่า “การกินคือการพักผ่อนของบิ๊ม ถ้าเหนื่อยมากๆ ก็จะไปญี่ปุ่นเลย ไปตามร้านเด็ดๆ ที่ราคาอาจไม่ได้แพงมากแต่อร่อย แล้วที่ญี่ปุ่นอากาศดี เดินทางสะดวก เราก็จะแพลนทริปชวนเพื่อนๆ ครอบครัวไป แต่ไม่ได้บอกเขานะว่าเราตั้งใจจะไปกิน เดี่ยวหาว่าเราเห็นแก่กิน 555 แต่จะแอบเลือกร้านที่อยากไปกินไว้ตลอดทริป

เราสัมผัสได้เลยว่าไม่มีใครหลงใหลในขนมและการกินเท่าเชฟบิ๊มอีกแล้ว อินมากถึงขั้นไปเรียนจริงจังที่สถาบันขนมชื่อดัง และวันนี้ยังมีรายการอาหารบนช่องยูทูปอีกถึง 2 รายการ แถมเขียนตำราเบเกอรี่ติดอันดับขายดีอย่าง เดซาโตะ และ โยกาชิ Dairy เราเลยยกให้เธอเป็นกูรูด้านขนมญี่ปุ่นอีกคนหนึ่งเลย ติดตามผลงานเธอได้ในช่องยูทูปและในร้านหนังสือชั้นนำ

 

ขอบคุณภาพจาก IG : bimmy_bim

 

HOROSCOPE