สุขที่ได้เป็นตัวเองในทุกวันทำให้ T.Twinkle เปล่งประกายด้วยมือของเธอ - CLEO Thailand Online Magazine

สุขที่ได้เป็นตัวเองในทุกวันทำให้ T.Twinkle เปล่งประกายด้วยมือของเธอ

สัมภาษณ์โดย MissP

 

เติร์นเป็นเพื่อนสมัยมัธยมที่ทรานส์ฟอร์มตัวเองไม่เยอะแต่ปัง! คือยังคงเป็นคนเดิมที่เพื่อนรู้สึกว่าเข้าถึงได้ เพิ่มแอตติจูดของสาวชิคที่กลายเป็นผู้นำในด้านสไตล์แบบที่ก็ไม่รู้ว่ารู้ตัวรึเปล่า จากเด็กผมบ๊อบตัดตรงเท่ากันทุกเส้นเท่าติ่งหูและคาดผมเปิดหัวเถิกที่สุดในวันนั้น วันนี้เติร์นก็ยังคงไว้ผมทรงเดิมที่ยาวขึ้นและเปิดหน้าผากเช่นเคย แต่แววตาของเติร์นมุ่งมั่นมากขึ้นทุกวัน

 

เติร์น – วนิชยา กิตติไพศาลศิลป์
อายุ 29 ปี

 

เด็กหญิง ‘เติร์น’ ที่ดูตลกโปกฮาไปวันๆ

แต่จริงๆ แล้วเป็นเด็กเนิร์ดที่รักกิจกรรม ร่าเริงสดใส ที่ติดตาเพื่อนๆ ในรุ่นเลยก็คือการร้องเพลงคู่กับเพื่อนสนิทดูโอ้ในสมัยนั้น อย่างกับนาตาลี&แจสกี้ “รู้อย่างเดียวคือต้องเอนทรานซ์ให้ติด” เติร์นเลยเป็นเด็กที่กดดันตัวเองไม่น้อย แต่ไม่แสดงออก ขยันและเรียนดีอย่างสม่ำเสมอมาตลอด “เรารู้จักเลียนแบบพฤติกรรมของเพื่อนที่เรา Look up to ตั้งแต่เด็กๆ อย่างเพื่อนที่เรียนเก่งเขาทำยังไง เราก็ทำบ้าง”

ตอนนี้เธอให้คำจำกัดความว่า ‘niche’ มีความชอบที่เฉพาะมากๆ “คิดว่าตัวเองแปลกๆ แต่ถ้าชอบอะไรเป็นสาวกได้เลย” เติร์นค่อยๆ แสดงความเป็นตัวเองออกมาอย่างง่ายๆ “เราชัดเจน จริงใจ กล้าลองอะไรใหม่ๆ ไม่ยึดติดกับ comfort zone แล้วเราก็ตลกและบ้าบอ ทำทุกอย่างสุด เต็มที่กับชีวิต” ตอนเด็กๆ อยู่ในกรอบที่ถูกครอบครัวขีดเอาไว้ เติร์นดื้อป๊าก็ดุโดนตีทุกวัน อึจิ้งจก อึแมลงสาบก็กินมาหมดแล้ว “บอกว่าอย่า เราหยิบเข้าปากทันที”  นี่…คงเป็นเหตุผลที่เธอเป็นแบบนี้

 

เลือกคณะที่เรียนจากอันดับคณะที่คะแนนต่ำกว่า

เห็นมาตลอดว่าเติร์นเป็นคนบันเทิง นอกจากจะบันเทิงตัวเองได้แล้วยังจะทำให้เพื่อนทั้งรุ่นรู้สึกรื่นเริงมาได้ตลอด 6 ปีที่เรียนประจำด้วยกัน นิเทศศาสตร์เลยเป็นคณะในฝันของเติร์น แต่ฝันก็ไม่ได้สลายซะทีเดียว เติร์นเปลี่ยนไปเลือกเรียน ‘เศรษฐศาสตร์’ แทนด้วยเหตุผลว่าคะแนนต่ำกว่า “เราโตมาในครอบครัวเศรษฐศาสตร์ เราเลือกคณะนี้พ่อแม่แฮปปี้ แต่บอกตรงๆ ไม่ได้ชอบเรียน” ตอนนี้เติร์นคืนความรู้เข้าคณะไปแล้วเรียบร้อย

ถึงจะไม่ชอบ แต่ก็ทำสิ่งที่ทำอยู่ได้ดีเสมอ ตอนที่จบปริญญาตรีที่จุฬาฯ ก็ไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ คณะการจัดการด้านวิศวกรรม ซึ่งก็ไม่ชอบอีก! “เพื่อนหลอกว่าจ่ายค่าเทอมไปแล้ว เขาไม่คืนเงิน ก็เลยทนเรียนจนจบ” ด้วยความงก เติร์นทนแบบที่ได้เกียรตินิยมอันดับสองจาก University of Warwick

“เราต้องกลับไปช่วยกิจการที่บ้านอยู่แล้ว สำหรับเราเรียนอะไรก็ค่าเท่ากัน นั่นคือสิ่งที่คิด” เติร์นไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร แต่รู้ว่าตัวเองไม่ชอบอะไร และใช้เวลาอยู่กับมันมากว่า 5 ปี ครั้งนี้เธอพิสูจน์ได้ว่าคนที่ตั้งใจแม้จะทำสิ่งที่ไม่รักก็ทำได้ดี และเธอจะทำสิ่งที่เธอรักได้ดียิ่งกว่า ก่อนจะกลับไปช่วยที่บ้านอย่างเต็มตัว เติร์นไปเรียนภาษาจีนเพิ่มเติมที่เซี่ยงไฮ้ “อันนี้ชอบ ได้เจอว่าเราชอบผู้คน ชอบพูดคุย ชอบภาษา” และเธอก็ทำมันได้ดี กิจการที่บ้านได้ลูกค้าคนจีนเพิ่มและส่งออกไปประเทศจีน ธุรกิจเติบโต

 

เติร์นที่เปลี่ยนไปจากสาวสังคมเป็นอาร์ติส

ตอนอยู่มหาวิทยาลัยเป็นสาวมาก ถูกกำหนดทิศทางพฤติกรรมด้วยสังคมเพื่อน “เราก็คิดว่านี่คือเรา แต่อังกฤษก็เปลี่ยนมุมมองของเราไปเลย” เติร์นเริ่มไม่ชอบสังคมเดิมแบบที่เคยคิดว่าใช่ รู้สึกอึดอัดกับมัน “โชคดีที่อยู่บ้านนอก Warwick มีแต่เป็ด ตอนเรียกปลีกวิเวกเลยไปขังตัวเองอยู่ในห้องสมุด” แล้วปิ๊งกับความสันโดษ แต่ละที่ๆ ได้ไป แต่ละอย่างที่ได้ทำค่อยๆ ต่อจิกซอว์เป็นเติร์นคนใหม่ที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ “เป็นเราโดยที่เราไม่ต้องรู้สึกพยายาม จนวันนี้เราชอบตัวเอง ไม่แคร์ว่าแต่งตัวแปลกแล้วจะดูเพี้ยน มัดผมแล้วหน้าจะบาน”

“เราเลือกที่จะไม่เปลี่ยนภายนอก แต่เปลี่ยนภายใน พอดีดนิ้วเปลี่ยนทัศนคติปุ๊บ มันเปลี่ยนได้ปั๊บ”

 

มิลานคือจุดเปลี่ยนของชีวิต

ความจริงแล้วเติร์นเคยลองสัมผัสกับคลาส Experimental Jewelry ที่ Central Saint Martins เป็นการได้เรียนรู้ขั้นตอนทำจิวเวอรี่ แต่ยังไม่ตอบโจทย์ เลยลองค้นหาตัวเองต่อจากสิ่งเหล่านี้ เพราะยังไม่เจอเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต เธอหยุดไม่ได้ ขอแม่ไปเรียนที่มิลาน “เราชอบเรียนหนังสือมาก เชื่อว่าเรียนคลาสเดิมกี่ครั้งก็ได้อะไรกลับมาไม่เหมือนเดิม แค่เดินเล่นผ่านคนในเส้นทางเดิมทุกวันเราก็จะได้เห็นอะไรใหม่ๆ จินตนาการของเราไม่เคยหยุดพัก” 

เติร์นคือไทป์ของลูกคุณหนูบ้านรวยที่โชคดีคนหนึ่ง ถ้ามองในมุมของเติร์น เธอไม่เคยรู้เลยว่าเธอชอบอะไรแต่ก็มีโอกาสได้ลองอะไรที่หลากหลาย ‘จิวเวอรี่ดีไซน์ที่มิลาน’ ก็คือโอกาสหนึ่งที่เติร์นรีบคว้าเอาไว้ “เหมือนเราได้เจอตัวเองจริงๆ” จากคนที่อยู่กับตัวเลขมาตลอดชีวิต ได้ลองเปลี่ยนวิธีการเรียนที่มีอิสระในการคิดที่สร้างสรรค์ เติร์นได้เอาตัวเองใส่ลงไปในผลงานของเธอ เห็นมันเป็นรูปเป็นร่าง ก็ค่อยๆ ตกหลุมรักสิ่งนี้ “เขาให้เราเป็นตัวเอง แล้วสอนเราจากสไตล์ของเรา”

สาวมิลานใช้ชีวิตในพิพิธภัณฑ์ทุกเย็นหลังเลิกเรียนในตลอดช่วงหน้าร้อน “เราเข้าฟรี” เติร์นยังคงใช้สิทธิ์ความเป็นนักเรียนได้คุ้มค่าเช่นเคย “ชอบที่สุดคือ Armani/Silos เป็นพิพิธภัฑณ์ของแบรนด์อาร์มานี่” ด้วยสไตล์ของคนมิลานที่แต่งตัวดีเหมือนเป็นตัวของตัวเองไม่ได้พยายามต้องดูดีทำให้เติร์นผู้มีสไตล์ที่ดีอยู่แล้วรักมิลานมากขึ้นไปอีก “เราอยากตื่นมาตอนเช้าเพื่อที่จะเดินผ่านผู้คนที่ใช้ชีวิตจริงในเมืองนี้” คอนเฟิร์มเลยว่าผู้ชายเทสต์ดีคือความดีงามของโลกนี้จริงๆ “ชิคและชิลคือมิลาน เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ”

 

แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ตอนค้นพบตัวจริงของตัวเอง

“เราสนุกกับการเป็นตัวเองในทุกวัน” พอเติร์นพบว่าตัวเองของดีไซน์จิวเวอรี่และได้ทำธุรกิจจิวเวอรี่ของที่บ้านอยู่แล้วก็ยิ่งอยากจะตื่นขึ้นมาทุกเช้าเพื่อได้แต่งตัวสวยๆ มาทำงาน เติร์นทำให้เรารู้สึกว่าทำสิ่งที่รักทุกวันมันมีผลกับชีวิตในระยะยาว “ไม่เบื่อเลย ทำงานทุกวันไม่เคยอยากดูเวลาว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว ไม่เคยรอเวลาเลิกงาน” 

 

ต่อยอดธุรกิจของที่บ้านมาเป็นธุรกิจส่วนตัว

บ้านเติร์นทำจิวเวอรี่ชื่อว่า The Best Gems แต่ตัวตนของเติร์นคือ T.Twinkle “เราต้องทำของที่บ้าน ก็เลยต่อยอดให้มีอะไรที่ถูกใจเรา” เติร์นทำอะไร ทำสุด! ตอนเด็กๆ เติร์นเอาศัพท์ในวิชาต่างๆ มาแต่งเป็นเพลงให้เพื่อนๆ ร้องกันประจำก็เลยใส่สุดกับแบรนด์ของตัวเอง “เราเน้นให้เป็นของขวัญ เอาพลอยสามสีมาเล่นเป็นเรื่องราว” พลอยสีฟ้าหรือ Blue Topaz เพื่อส่งความสุข ความสบาย พลอยสีเขียว/ชมพู หรือ Green และ Pink Tourmaline เพื่อส่งความรักและความสร้างสรรค์ สติปัญญา พลอยสีม่วง หรือ Amethyst เพื่อส่งเงิน ความเร็จในเรื่องการงาน “เอาจิวเวอรี่ของเราส่งต่อเป็นความรู้สึกในใจให้คนที่ได้รับ”

“ของๆ เราต้องสวย น่ามองมีคุณค่า แต่ต้นทุนไม่สูง กลุ่มลูกค้าวัยทำงานจะได้รับไหว” แต่แม้ว่าเติร์นจะตั้งเป้ากลุ่มลูกค้าวัย 30-50 ปี แต่ที่เกินกว่านั้นก็ยังชอบใจในดีไซน์ “ไม่ได้ปิดกั้น เรารู้สึกดีมากด้วยซ้ำที่เขาชอบ” 

สเต็ปต่อไปเติร์นอยากโกอินเตอร์ “คนไทยไม่คุ้นเคยกับกับพลอยเนื้ออ่อน เขาให้ราคากับเพชรมากกว่า ลูกค้าหลักจริงๆ เลยเป็นชาวตะวันออกกลาง ฮ่องกง สิงคโปร์” ถ้าจะมองว่าเป็นเพราะชนชาตินี้เขารวยก็คงไม่ถูกนักนะ “เขาไม่ได้รวย แค่เข้าใจและให้ค่ากับสิ่งเหล่านี้ คนไทยก็มีเงินแต่ให้ค่ากับสินค้าแบรนด์เนมมากกว่า” แต่ทีทวิงเกิ้ลก็กำลังค่อยๆ ทำความเข้าใจกับคนไทยด้วยกันอยู่อย่างใจเย็น

 

ใส่เติร์นลงไปใน T.Twinkle

คอลเลคชั่นที่สองจะเป็นช่วงหลังจากที่เติร์นไปเรียนที่มิลานจบมาเรียบร้อยแล้ว รู้แล้วว่าจะถ่ายทอดตัวเองลงไปในงานยังไงแบบก็จะแข็งแรงมากขึ้น “คิดว่าลูกค้าคือตัวเอง อยากใส่อะไรก็ออกแบบไป” ด้วยความเชื่อว่าถ้าทำสิ่งที่รักก็จะทำได้ดีที่สุด

 

แชร์หนทางสว่างค้นพบตัวเอง

“ทำความรู้จักตัวเองให้ได้มากที่สุด ฉวยโอกาสช่วงที่เรารู้สึกไม่มีใครเลยแล้วอยู่กับตัวเอง ทำจนกว่าจะเจอสิ่งที่ชอบเมื่อไหร่ที่เป็นตัวเองแบบที่ไม่ต้องพยายาม ทำอะไรก็จะทำด้วยความสุข”

ใช่สิ เติร์นต้นทุนในชีวิตสูง มีธุรกิจของที่บ้าน เป็นหัวหน้างาน มีแบรนด์เป็นของตัวเอง และยังมีสไตล์ที่เลียนแบบได้ยากอีกต่างหาก เธอดูมีชีวิตที่ดี ‘อยู่แล้ว’ แต่นั่นไม่สำคัญหรอก สิ่งที่สำคัญคือเติร์นได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เติร์นเป็นตัวเองในทุกวันนี้ เป็นผู้หญิงที่น่าอิจฉาแต่ว่าเป็นที่รักของคนที่ได้รู้จักจริงๆ

 

Facebook : T.Twinkle

Instagram : T.Twinkle

HOROSCOPE