นี่คือ 7 สาวทำงานสุดอินสไปร์ เธอมีงาน ความฝัน แพชชั่น! - CLEO Thailand Online Magazine

นี่คือ 7 สาวทำงานสุดอินสไปร์ เธอมีงาน ความฝัน แพชชั่น!

 

7 สาวอาชีพแสนหนักนี้ พวกเธอจะมาเล่าว่า ในความหนักหน่วง สุดเครียดของอาชีพที่ต้องอาศัยความเป็นตัวแม่ ถึงจะฝ่าฟันไปถึงจุดท็อปได้ เธอจัดการกับงานและชีวิตยังไง ต้องใช้แพชชั่นระดับไหนถึงจะเอาอยู่และยังแฮปปี้ได้ 

 

The 3 Musketeers สามทหารเสือสาวที่เร็วที่สุด

สายงานข่าว ใครบอกว่าผู้ชายเท่านั้นถึงจะเร็วกว่า คล่องกว่า ขอบอกเลยว่าไม่จริง ตั้งแต่เจอพวกเธอ 3 คนนี้ เราว่าไม่มีใครแอคทีฟเกินแล้วแหละ ส่วนความอินในงานเนี่ย ง่ายๆ คือแฟนต้องงอน

2

 

สาลี่ – พิมพ์วิสาข์ ปาณิกวงษ์, 32 ปี นักข่าวอาวุโสสายเศรษฐกิจ ช่อง 5

“งานนักข่าวเหนื่อย เงินน้อย แต่ที่เราอยู่กับมันได้นานคือความรักในการทำข่าว”

เธอเป็นนักข่าวมาทั้งหมด 7 ปี ความฝันของเธอคือการเป็นผู้ประกาศข่าว เราถามเธอว่าถ้าไม่ใช่อาชีพนี้ เธออยากทำอะไร สาลี่บอกว่ายังไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย…เราว่าเธอนี่แหละเกิดมาเพื่อเป็นนักข่าว ถูกแล้ว

4 ข้อที่ทำให้นักข่าวไม่เหมือนคนอื่น
1. ได้เดินทางบ่อย “ทั้งต่างจังหวัด ต่างประเทศ เวลาไปทำข่าว รวมถึงประเทศที่คนอื่นอาจจะไม่ได้มีโอกาสได้ไป หรือสถานที่ๆ ไม่ได้เปิดให้คนทั่วไปเข้าด้วย”
2. คอนเนคชั่นแน่นเปรี๊ยะ “งานข่าวทำให้เราได้เจอกับคนที่หลากหลายมากๆ ทั้งรัฐมนตรี นัการเมือง คนใหญ่คนโต คนที่เราไม่คิดว่าจะได้คุยกับเขาในโอกาสทั่วๆ ไป”
3. ต้องเตรียมพร้อมตลอด “เพราะการทำงานข่าวมันไม่เป็นเวลา กลางดึกบางคืนก็โดนเรียกตัวไป เสาร์ อาทิตย์ก็ต้องทำงาน วันหยุดราชการก็ไม่เว้น ถ้าอยู่เวรข่าวอาชญากรรม ก็ต้องนอนค้างที่ออฟฟิศเลยแหละ เพราะข่าวรอเราไม่ได้”
4. อยู่กับความตื่นเต้น “เคยไปทำข่าวระเบิด ไฟไหม้ เราก็ได้ไปลงพื้นที่เกิดเหตุจริงๆ แต่ที่ตื่นเต้นมากๆ คือเวลารถติดแล้วต้องรีบไปเก็บข่าว มอไซค์ วิ่ง ทำยังไงก็ได้ให้ไปให้ทันข่าว”

 

หญิง – พรวดี ลาทนาดี, 32 ปี ผู้ประกาศข่าวช่อง TPBS

“ความท้าทายของการทำทีวีสาธารณะ คือต้องทำให้ของขมให้เป็นของหวาน ของกินยากให้เป็นกินง่าย ทำทุกข่าวให้มันมีคุณค่า และอิมแพคคนดู”
พี่หญิงเล่าให้เราฟังเรื่องเส้นทางของการมาเป็นผู้ประกาศข่าวทุกวันนี้ของเธอเริ่มจากการเป็นเด็กฝึกงานในห้องตัดต่อตอน 11 ปีก่อนหน้า “เราเรียนศึกษาศาสตร์แต่รู้ว่าตัวเองไม่ได้มีอินเนอร์ในการเป็นครู ตอนฝึกงานเลยขอไปทำที่ ITV แล้วก็ถูกส่งไปอยู่ฝ่ายตัดต่อ ซึ่งเป็นงานที่มีแต่ผู้ชาย ต้องถึก แอคทีฟ และรับแรงกดดันมากๆ แล้วช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีสึนามิพอดี วัดใจเด็กฝึกงานอย่างเรามากว่าจะสู้รึเปล่า เพราะคนอื่นออกไปเก็บข่าวข้างนอกกันหมด ซึ่งเราก็แฮปปี้กับการทำงานนี้มาก พอเรียนจบก็เลยทำต่อ”
ความสุขของการเล่าข่าว..

“เราคือสารตั้งต้น เป็นฟันเฟืองหนึ่งที่จะชี้ว่าสังคมควรเดินไปทางไหน เหมือนถ้าเราเป็นแม่ค้าขายข้าวแกง เรารู้ว่าวัตถุดิบที่ไหนดี แล้ววิธีการผัดแบบไหนอร่อย กินง่ายและมีประโยชน์ด้วย อันนี้คือเสน่ห์ของงานข่าวที่ให้อิสระทางความคิดกับเรา แต่สิ่งหนึ่งที่นักข่าวต้องนึกถึงเสมอคือเราต้องให้คุณค่ากับคนดู ต้องรับผิดชอบกับการรับรู้ของคนดูให้มากๆ งานข่าวถึงจะมีความหมาย”

 

3

พีชชี่ – วรันธร สมกิจรุ่งโรจน์, 28 ปี ผู้ประกาศข่าวกีฬา ช่องไทยรัฐทีวี

“การดูกีฬา มันไม่เหมือนละครหรือหนัง เพราะมันคือความจริง มันน่าทึ่งตรงที่ว่าเขาทำแบบนั้นกันได้ยังไง”

เธอบ้าบอล เธอคลั่งเบคแฮม เธอร้องไห้ตอนเขาออกจากแมนยู และทั้งหมดนี้แหละที่ทำให้พีชชี่ สาวสวยสุดแอคทีฟคนนี้กลายมาเป็นผู้ประกาศข่าวกีฬาประจำไทยรัฐทีวี

“พิชเชื่อว่าการเป็นนักข่าว เราต้องมีอินเนอร์”

“แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน อย่างคนที่เขาสนใจเรื่องการเมืองก็ไปทำสายนั้น ส่วนพีชชอบกีฬา เราก็อยากที่จะรู้ อยากที่จะตีแผ่เรื่องต่างๆ ให้คนดู แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทุกคนมีความถนัด ความชอบ แพชชั่นในเรื่องที่ต่างกันออกไป ซึ่งความสนใจพวกนี้จะทำให้เราทำงานออกมาได้ดี อีกอย่าง ที่เขาพูดกันว่าอย่าเอางานอดิเรกมาทำเป็นอาชีพ พีชว่ามันไม่จริงนะ ยิ่งเราอินกับงานตัวเองได้เท่าไร ก็ยิ่งสนุกกับมันได้มากขึ้น”

 

ข้าราชการรุ่นใหม่ ใส่ใจประชาชนสุดๆ จ้า

5

จ๋า – ณิชนันทน์ สาริบุตร, 26 ปี ข้าราชการประจำกระทรวงมหาดไทย

เข้าใจใหม่ซะ…งานราชการไม่น่าเบื่อนะ!

“สังกัดที่จ๋าอยู่คือส่วนวางแผนอัตรากำลังและพัฒนาระบบงาน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เป็นฝ่ายที่ดูโครงสร้างขององค์กรโดยรวมว่าพัฒนาบุคลากรยังไงให้มีคุณภาพ โดยที่แผนที่เราคิดขึ้นมาจะเป็นนโยบายกลาง กระจายต่อไปตามจังหวัด แล้วส่งต่อไปยังอำเภออีกที เพื่อที่ให้ระบบราชการทำงานกันแบบมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่คนชอบคิดว่างานราชการมีแต่งานเอกสารน่าเบื่อ ที่จริงแล้วมันเป็นงานที่ต้องใช้หัวคิดสร้างสรรค์มากๆ และผู้ใหญ่ก็ให้โอกาสเราค่อนข้างเยอะด้วย เพราะเขาอยากได้ความคิดคนรุ่นใหม่มาผสมกับกรอบเดิมๆ ด้วย”

“ถ้าคนเราคิดถึงแต่ตัวเอง คิดแต่จะกอบโกยผลประโยชน์เวลามารับราชการ มันก็จะมีแต่การคอรัปชั่นที่ไม่สิ้นสุด เพราะฉะนั้นคนที่จะมาทำอาชีพนี้ได้จะต้องมีจิตสำนึกต่อส่วนรวมมากๆ และมีหัวใจที่จะบริการประชาชน”

 

4

แป้ง – สิลาพร เจริญสาธิต, 27 ปี ไพรเวทแบงเกอร์อาวุโสประจำธนาคารกสิกรไทย

“ฝากให้เธอช่วยดูแล” เรื่องเงินๆ ทองๆ …เธอคือกูรู

อาชีพนี้ต้องเป๊ะเว่อร์!!

แป้งเล่าให้ฟังว่าหน้าที่ของเธอคือการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินของลูกค้าที่มีเงินฝากในธนาคาร 50 ล้านขึ้นไป! “เพราะลูกค้ากลุ่มนี้ เขาจะไม่ค่อยไม่มีเวลาดูแลทรัพย์สินของตัวเอง หน้าที่เราคือไปรับโจทย์จากลูกค้าว่าเขาอยากลงทุนยังไง อยากได้ผลตอบแทนเท่าไร ความเสี่ยงได้เท่าไร พอคุยกับลูกค้าเสร็จปุ๊บ เราก็คุยกับทีมรีเซิร์ชให้เขาดีไซน์พอร์ตมาให้เราไปพรีเซนต์ลูกค้าอีกที แล้วคอยอัพเดท ให้คำปรึกษาเขาเป็นระยะๆ”

“ความสุขของการเป็นไพรเวทแบงเกอร์คือการได้อยู่กับคนที่เขาประสบความสำเร็จในชีวิตจริงๆ มันอินสไปร์เราได้ในทุกๆ วันเลยนะ”

“ความกดดันคือเราต้องเป๊ะ เพราะเงินที่เราดูแลไม่ใช่แค่ร้อยสองร้อย แล้วลูกค้าของเราคือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากๆ ซึ่งเขามีความรู้ด้านการเงินอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นข้อมูลทุกอย่างของเรา ห้ามมั่วเด็ดขาด ถ้าไม่รู้ ก็ต้องไปหามาให้ได้ และอีกอย่างที่สำคัญมากคือความจริงใจ ดูแลเงินเขาให้เหมือนเป็นเงินเรา และซื่อสัตย์มากๆ”

 

6

กิ๊ฟ –  ฐิติรัตน์ เจริญยิ่งวัฒนา, 38 ปี กรรมการผู้จัดการบริษัท Retail Passion 

อยากเป็นนักมาร์เก็ตติ้ง…ต้องเข้าใจหัวใจของมาร์เก็ตติ้ง

มาร์เก็ตติ้ง…คือการหาวิธีว่าทำยังไงคนจะชอบสินค้าชิ้นนี้ ซึ่งต้องเกิดจากเราชอบสินค้านี้ก่อน เพื่อจะพูดได้เต็มปากเวลาไปขายของ ว่าข้อดีของมันคืออะไรที่เรารู้สึกจริงๆ หัวใจของมาร์เก็ตติ้งคือ อินเนอร์ของเราต้องเกิดก่อน แล้วแผนกลยุทธ์ถึงจะเกิดได้ และอินเนอร์ต้องเกิดขึ้นทั้งทีม เราเชื่อในสินค้า และลูกทีมต้องเชื่อด้วย” 

“พี่โตเร็วในสายอาชีพของพี่ เพราะว่าเวลาทำงาน พี่ขอทำแบบที่หันกลับไปมอแล้วจะไม่มีวันเสียใจกับอะไรเลย บางอย่างไม่ได้ประสบความสำเร็จก็จริง แต่ไม่มีวันเสียใจเพราะวันนั้นเราทำเต็มที่แล้ว ในเวลานั้นสภาพแวดล้อมแบบนั้น เราได้ทุ่มเทเต็มที่แล้ว หันกลับไปมองไม่ว่าจะได้เท่าไหร่ เราก็ยิ้ม เพราะเราทำสุด”   

 

1

เจ็ม – พิมพ์ชนะ เอกชัย,  26 ปี PR Director บริษัท พิมพ์พลัส พีอาร์ จำกัด

เธอคือพีอาร์สาวโฮโซแต่ขาลุยที่สุดในเมืองไทย

เจ็ม Pim Plus เธอคือพีอาร์สาวแห่งพีอาร์เอเจนซี่ระดับประเทศที่ไม่มีใครในวงการไม่รู้จัก ที่เจ๋งคือทุกคนรู้จักเจ็มกันในเวย์ สาวไฮโซขาลุย เธอโทรเชิญสื่อเองทั้งหมด!!

“การทำพีอาร์ของเจ็ม เจมจะคิดเสมอว่าคุณต้องรักแบรนด์ก่อน รู้เกี่ยวกับแบรนด์ให้มากที่สุดก่อน ถึงจะสามารถโปรโมทแบรนด์ได้ การเป็นพีอาร์เอเจนซี่ เนื่องจากรับแบรนด์ที่หลากหลาย อาจจะทำให้เราไม่ได้อินกับแบรนด์นั้นเสมอไป แต่ว่าถ้าทำกับ Pimplus คือการเมคชัวร์ว่าแบรนด์ที่เรารับทำ คือแบรนด์ที่เราอินจริงๆ คือแบรนด์ที่เราสามารถโปรโมทได้ เพราะเราชอบจริงๆ” 

“ดังนั้นความสุขของเจ็มคือการที่เราเอ็นจอยกับการโปรโมทแบรนด์ที่เราชอบ อย่างเช่นเจ็มทำ Sephora ซึ่งเจ็มชอบเครื่องสำอาง เจ็มก็จะบอกได้ว่าชิ้นนี้ดีมากเลย แต่เหมือนแทนที่เราจะเล่าให้แค่เพื่อนเราฟัง ก็เปลี่ยนมาเป็นเล่าให้ทุกคนฟัง ก็รู้สึกว่าเรามีความสามารถที่จะพีอาร์ตรงนี้ได้ดีกว่าคนอื่นเพราะเราชอบตรงนี้จริงๆ” 

 

 

HOROSCOPE