นักเต้นดิสนีย์แลนด์ งานในฝันที่ไม่ง่ายแต่เธอผ่านออดิชั่นหนึ่งเดียวจากไทยมาได้

 Interview By Meji

“เวลาเราเต้นแล้วเห็นรอยยิ้มของคนดู เห็นแววตาเด็กๆ ที่มองมาแล้วเชื่อว่าเราเป็นตัวละครนั้นจริงๆ มันรู้สึกดีมาก ไม่คิดว่าเราจะสามารถทำให้คนอื่นมีความสุขได้ขนาดนี้” แคร์ วริศรา ชัยกระวีพันธ์ นักเต้นในขบวนพาเหรด ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ เราเห็นเธอครั้งแรกผ่านไอจีของพี่คนหนึ่ง เลยได้รู้ว่าเบื้องหลังความสนุกของตัวละครดิสนีย์ในขบวนพาเหรดที่เด็กๆ ต่างเฝ้ารอนั้น มีเธอคนนี้เป็นหนึ่งในทีม

 

 

ฉากเต้นบัลเลต์ในการ์ตูน ‘Barbie Of Swan Lake’ จุดประกายฝัน

แคร์เล่าว่า เธอเริ่มเรียนบัลเลต์จริงจังตอน 10 ขวบ จากที่ได้ดูการ์ตูนเรื่อง Barbie Of Swan Lake มันมีฉากหนึ่งที่นางเอกเต้นบัลเล่ย์ แคร์เลยไปบอกคุณแม่ว่าอยากเต้นแบบนี้บ้าง จึงได้เริ่มเรียนตั้งแต่ตอนนั้น และด้วยความที่เธอเริ่มเรียนช้ากว่าคนอื่น จึงต้องพยายามมากขึ้นหลายเท่า “เคยมีครั้งหนึ่งได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าก็ต้องหยุดเรียนไปพักใหญ่ แต่ก็ยังไม่เลิกเรียนนะคะ อาการดีขึ้นก็ขอให้คุณแม่พากลับไปเรียนต่อ แต่พอเริ่มใหม่ก็ท้อเลยเหมือนกัน เพราะสิ่งที่เราเคยทำได้ มันกลับทำได้ไม่เหมือนเดิม แคร์เริ่มช้ากว่าคนอื่นอยู่แล้ว พอหยุดเรียนไปก็ยิ่งทำให้ช้าเข้าไปอีก แต่ก็สู้คะไม่ได้มีความคิดว่าอยากจะเลิก”

“พอเข้ามหาวิทยาลัยแคร์จึงเลือกเรียนที่คณะศิลปกกรรมศาสตร์ เอกนาฏศิลป์ตะวันตก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งต่างจากแต่ก่อนที่เรียนแค่เสาร์อาทิตย์หรือตอนเย็นเท่านั้น ได้ศึกษาทั้งทฤษฎีย์และปฏิบัติที่เข้มข้นขึ้น และยังได้ลองเรียนอย่างอื่นด้วย อย่าง Tab Dance , Temporary Dance แต่จะเน้นบัลเล่ย์หลักๆ”

 

 

คำสบประมาทคือแรงผลักดันชั้นดี

แคร์บอกเราว่า บางคนก็ไม่เข้าใจสิ่งที่เธอทำหรอก อย่างตอนเรียนมัธยม อาจารย์ประจำชั้นท่านหนึ่งก็เคยมาดุว่า “เอาแต่เต้นกินรำกิน แล้วอีกหน่อยอนาคตจะเป็นยังไง แต่ตัวแคร์เองต้องต่อสู้กับการเรียนบัลเลต์มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พอเจอคำพูดแบบนี้มันเลยไม่ได้ทำให้ท้อสักเท่าไหร่ แต่กลับทำให้แคร์รู้สึกว่า คอยดูแล้วกัน!! 5555 แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่แคร์รู้สึกท้อจะมองย้อนกลับไปว่าเราเดินมาได้ไกลขนาดนี้แล้วนะ เราสู้มาตลอด พยายามมาตลอด มันก็ทำให้มีแรงฮึดสู้ตลอดค่ะ”

 

บัลเลต์  ไม่มีวันเพอร์เฟค

เธอไม่รู้ว่าชอบมันตอนไหน แต่พอได้ทำมาเรื่อยๆ กลับรู้สึกท้าทาย “เป็นสิ่งที่แคร์คิดว่าเราไม่มีวันเพอร์เฟ็ค เราต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ถึงวันนี้ทำงานแล้วก็ยังต้องฝึก และในวงการเต้นการแข่งขันค่อนข้างสูง เราต้องถีบและผลักดันตัวเองตลอด” เธอบอกเราว่า คล้ายๆ นักกีฬาเลย ถ้าหายไปไม่ได้ซ้อมก็ต้องเริ่มใหม่ เพราะกล้ามเนื้อมันจะไม่เหมือนเดิม ซึ่งตอนเธออยู่ไทยจะเรียนแค่สัปดาห์ละ 3 วัน วันละชั่วโมงครึ่ง แต่พอมาทำงานที่ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ต้องขวนขวายมากขึ้น เพราะสัญญางานเป็นปีต่อปีด้วย พอหมดสัญญาก็ต้องออดิชั่นใหม่ ถ้าเธอไม่เก่งขึ้น เขาอาจจะเลือกคนอื่นแทน

 

อยากเก่งกว่าตัวเองในเมื่อวาน ไม่ได้อยากเก่งกว่าใคร

ในชีวิตแคร์เคยลงแข่งแค่ 5 ครั้งเท่านั้นเอง เธอบอกเราแบบขำๆ ว่าอาจจะเป็นเพราะกลัวเวที แต่ความจริงเธอไม่ชอบการแข่งขันมากกว่า รู้สึกว่ามันกดดัน บางครั้งมันทำให้เครียด อย่าง เวลาก่อนแข่งเธอจะกดดันตัวเองมากๆ เพราะไม่อยากให้ใครที่ตั้งความหวังกับเธอต้องรู้สึกผิดหวัง และเธอไม่รู้สึกว่าอยากแข่งกับใคร อยากแข่งกับตัวเองในเมื่อวานมากกว่า ขอแค่มีความสุขกับการเต้น เพราะมันช่วยให้ลืมเรื่องเครียดๆ ไปได้เลย

 

 

 

เส้นทางของนักบัลเลต์มันไม่ง่าย

ตอนเด็กๆ เธอเคยฝันอยากเป็นนักบัลเลต์มาตลอด แต่แคร์บอกเราว่ามันค่อนข้างยากสำหรับเมืองไทยที่จะทำอาชีพนี้ เพราะยังไม่กว้าง และชั่วโมงในการเรียนเมื่อเทียบกับเมืองนอกถือว่าน้อยมาก คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าเป็นงานอดิเรก แต่ในต่างประเทศเขาจะเรียนกันฟูลไทม์จริงจังเลย รัฐบาลเขาให้การสนับสนุนเต็มที่ รายได้จึงค่อนข้างดี และด้วยข้อจำกัดหลายสิ่ง ทั้งชั่วโมงเรียน ประสบการณ์ สรีระของเด็กนอกที่ได้เปรียบกว่าเรามาก สิ่งสำคัญเลยคือช่วงอายุ แคร์เลยไม่ได้มุ่งไปที่นักบัลเลย์มากนัก เธอเล่าต่อว่า “ช่วงอายุที่ดีที่สุดของนักบัลเล่ย์ คือ 15-18 ปี เพราะเป็นวัยที่กำลังโต สรีระยืดเต็มที่ และถ้าใครได้งานในช่วงนี้ถือว่าโอเคมากๆ แต่ด้วยความที่แคร์เรียนเมืองไทยกว่าจะจบต้องใช้เวลา แคร์เลยไม่ได้มุ่งไปทางนักบัลเล่ย์โดยตรง และแคร์เองเคยออดิชั่นไปลองเรียน Summer Intensive Program ที่โรงเรียนบัลเลต์ในประเทศแคนาดามาก่อน ได้เห็นการแข่งขันที่สูงมาก เรียนกันหนักสุดๆ เมื่อเทียบกับเราที่ชั่วโมงบินน้อยกว่า การจะยึดอาชีพนี้เลยไม่ง่าย”

 

 

 

 

เลือกที่จะออกจาก Comfort Zone

“แคร์รู้มาว่าฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ มาเปิดออดิชั่นที่ไทยเลยลองไปสมัครกับเพื่อนดู ตอนออดิชั่นเขาก็ให้ทุกคนมาต่อท่าเต้นพร้อมกัน ตอนนั้นแคร์ได้เต้นแจ๊สแดนซ์ ต่อท่าไปสักพักใหญ่ก็จะแบ่งกลุ่มให้เต้น แล้วกรรมการจะค่อยๆ คัดคนออก จนรอบสุดท้ายเหลืออยู่ไม่กี่คน หลังจากนั้นประมาณ 2-3 เดือนเขาก็ติดต่อกลับมาค่ะ”

เธอเล่าว่า ตอนที่รู้ว่าได้ดีใจมาก แต่ที่อึ้งกว่าคือเธอเป็นคนเดียวที่ได้จากการออดิชั่นในครั้งนั้น และเธอต้องไปคนเดียว เลยคุยกับคุณแม่ว่าจะเอายังไงดี “ตอนนั้นแคร์เป็นครูสอนบัลเล่ย์ที่โรงเรียนอารีย์นาฏยศิลป์ซึ่งแคร์ก็ชอบ คุณแม่เลยแนะนำว่า ไหนๆ ได้แล้วก็ลองสิ! แคร์เองเป็นคนติดครอบครัวและสนิทกับที่บ้านมากก็แอบกลัวว่าจะอยู่ได้มั้ย แต่ก็คิดว่าถ้าเราตัดสินใจไปก็เท่ากับว่าได้ออกมาจากคอมฟอร์ดโซนของตัวเอง มันน่าจะลองดูสักครั้ง เลยตัดสินใจตอบตกลงเซ็นสัญญาค่ะ”

 

พื้นฐานดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

“จริงๆ แคร์ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเลือกจากอะไร แต่ในวันนั้นเราค่อนข้างทำได้ดีกว่าคนอื่น บางคนเต้นได้ เต้นสวย แต่ว่าไม่ได้มีพื้นฐานบัลเลต์หรือแจ๊สมาก็จะทำท่ายากๆ บางท่าได้ไม่ดีเท่าคนที่มีพื้นฐาน เรามีทั้งสองอย่าง เลยได้เปรียบค่ะ”

 

 

ฮูล่าเกิร์ล’ คาแรคเตอร์ที่โดนใจสุดๆ

แคร์เล่าด้วยน้ำเสียงสดใสเลยว่า พอได้มาอยู่แล้วรู้สึกสนุก มันช่วยเปิดโลกให้ตัวเอง แต่ละวันทางทีมจะมีตารางงานมาให้ ส่วนใหญ่เธอจะได้เดินขบวนพาเรด 2 รอบต่อวัน ช่วงกลางวันและกลางคืน ซึ่งจะต้องมีซ้อมก่อนลงจริงทุกครั้ง แต่ละคนจะได้รับคาแรกเตอร์ที่ต่างกัน เราเลยแอบถามเธอว่าตั้งแต่ทำมาชื่นชอบคาแรกเตอร์ไหนที่สุด “แคร์ชอบบทฮูล่าเกิร์ล ตัวละครนี้จะอยู่กับลีโล แอนด์ สติทช์ ที่ชอบบทนี้เพราะได้ลองเต้นแบบฮาวาย ซึ่งเราไม่ค่อยมีโอกาสได้เต้น และชุดก็สวยมากกก ส่วนการซ้อมก็ไม่ได้โหดอย่างที่คิดค่ะ อาจเป็นเพราะว่าพอมีพื้นฐานกันอยู่แล้ว แต่ทุกคนจริงจังนะเวลาซ้อม ถ้าผิดพลาดตรงไหน เขาก็จะบอกว่ายูผิดตรงนี้นะ อยู่กันแบบเพื่อนมากกว่า”

 

 

 

 

 

 

พาเหรดแดนเซอร์ ในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ 

“แคร์ทำงานที่นี่มา 5 เดือนแล้วค่ะ ได้ลองเต้นหลายๆ แบบ และเห็นการทำงานที่มีระบบขององค์กรที่ใหญ่ระดับโลก การแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ได้เจอคนหลายเชื้อชาติ หลายภาษา ต่างวัฒนธรรม และสิ่งสำคัญที่งานนี้ให้แคร์ คือ ความสุข จากการได้ทำในสิ่งที่รัก แล้วใช้มันสร้างความสุขต่อให้กับคนอื่นในทุกๆ วัน เวลาเราเต้นแล้วเห็นรอยยิ้มของคนดู เห็นแววตาเด็กๆ ที่มองมาแล้วเชื่อว่าเราเป็นตัวละครนั้นจริง มันรู้สึกดีมากๆ ไม่คิดว่าเราจะสามารถทำให้คนอื่นมีความสุขได้ขนาดนี้”

 

 

 

การเต้นหล่อหลอมให้เป็นตัวเองในทุกวันนี้

สำหรับแคร์ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เติบโตมาพร้อมๆ กับการเต้น เราอยากรู้เหลือเกินว่า นอกจากความสุขที่เธอได้ทำในสิ่งที่รักแล้ว เธอได้อะไรจากการเต้นบ้าง

“1. เรื่องการจัดสรรเวลาค่ะ แคร์เรียนเต้นมาตั้งแต่เด็ก เราต้องจัดการเวลาให้ลงตัว อย่างเลิกเรียนปุ๊บ แคร์จะต้องไปเรียนบัลเล่ต์ต่อ ไม่มีเวลามานั่งเล่นกับเพื่อนๆ สักเท่าไหร่ ซึ่งการบ้านเราก็มีเหมือนเพื่อนแต่เรามีเรียนบัลเล่ต์เพิ่มมาด้วย แคร์จึงค่อนข้างเป๊ะเรื่องเวลามาก”

“2. คงเป็นเรื่องระเบียบวินัย เวลาแคร์เรียนบัลเล่ต์จะต้องรวบผม ใส่ชุดยูนิฟอร์มตลอดเวลา เข้ามาซ้อมสม่ำเสมอ และต้องมีวินัยในการฝึกมาก เลยทำให้แคร์ติดการออกกำลังกายไปด้วย เพราะถ้าวันไหนเราไม่ได้เต้น จะรู้สึกว่าร่างกายไม่เฟิร์ม แต่เราต้องฟิต มันปล่อยไม่ได้เลยค่ะ 555 และอีกสิ่งที่สำคัญมากๆ คือ การเต้นทำให้แคร์เป็นคนที่เดินไปข้างหน้าเรื่อยๆ ไม่มีถอย บัลเล่ต์สำหรับแคร์จึงไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบ ต่อให้ครั้งนี้เราหมุนได้ 2 รอบ แต่ครั้งหน้าเราอาจจะหมุนได้ 3 รอบ 4 รอบ ทำให้เราต้องพัฒนาตัวเองตลอดเวลา”

ติดตามผลงานเธอได้ทาง IG : Varisara.Claire

HOROSCOPE