ทำงานมา 15 ปี เปลี่ยนมา 17 งาน ในที่สุดเขาก็เจอสิ่งที่ชอบ! - CLEO Thailand Online Magazine

ทำงานมา 15 ปี เปลี่ยนมา 17 งาน ในที่สุดเขาก็เจอสิ่งที่ชอบ!

 

ทีมคลีโอได้เจอกับ พี่บอส ธรรศภ์ชณณท์ สิทธิร่ำรวย ตอนที่พี่บอสเอาเทอร์ราเรียมมาฝากให้กับพี่เอ๋ บก. พี่เอ๋บอกว่าประวัติพี่บอสเนี่ยไม่ธรรมดาเลยนะ ผ่านการทำงานมาอย่างโชกโชน ตั้งแต่เรียนจบจนถึงทุกวันนี้ก็อายุ 36 ปีแล้ว พี่บอสหัวเราะขำๆ เราเลยขอสัมภาษณ์หน่อยดีกว่าว่ามีงานอะไรที่พี่บอสทำมาแล้วบ้าง และทำยังไงถึงจะพบสิ่งที่ตัวชอบจริงๆ

 

  1. ล่ามภาษาจีน

“เรียนจบมาตั้งแต่ปี 2544 อายุ 21 ปีได้งานทำที่แรก ได้เป็นล่ามภาษาจีน ทำอยู่ 3 เดือน แล้วโดนไล่ออก!?! เพราะเราเหมือนโดนเซลส์ในบริษัทหลอกให้พูดในสิ่งที่เขาไม่กล้าพูด เราก็เป็นเด็กด้วย ใครบอกให้ทำไรก็ทำ ให้ออกก็ออก เราก็เลยถือว่าไม่เป็นไร เก็บเกี่ยวประสบการณ์ซะ เพราะเป็นบริษัทจากเมืองจีนเลย ต้องไปกินอยู่กับเขาเลย เราไม่ค่อยสนุก เป็นงานนิ่งๆ ไม่ค่อยได้ไปไหน ก็คิดว่าโชคดีที่โดนไล่ออก และอีกอย่างอายุยังน้อย ทำอะไรก็ได้”

 

2. บริษัทจำหน่ายลิขสิทธิ์ ละคร ภาพยนตร์ ไทย – จีน

“ตอนมาทำที่นี่ แรกๆ เราก็ เออ งานอะไรหว่า วันๆ เอาแต่นั่งดู ละคร กับภาพยนตร์ สรุป แล้วนำเสนอสถานีโทรทัศน์ ดูมันหมด ทั้งละครไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ขายได้ก็ได้ค่าคอม ค่าคอมมิชชั่นก็ถือว่าดีเลยทีเดียว แต่…. คนเกิดปีลิงนี่นะ มันอยู่กับที่ไม่ได้ ให้มานั่งดูละคร ภาพยนตร์แบบนี้ ทุกๆ วัน ก็ไม่ไหวนะ สุดท้ายก็ลาออกดีกว่า”

 

3. จัดซื้อ Electronic Devices

“ถ้าถามนะว่าเจ้านายชอบเราที่ตรงไหน คงจะเป็นความคล่องแคล่ว ว่องไว หัวไว ดีไปหมดทุกอย่าง แต่พอทำงานไปได้ 4 เดือน อยู่ดีๆ เจ้านายก็เรียกเราเข้าไปคุย บอกว่า “ผมเห็นอะไรบางอย่างในตัวบอสนะ แต่ว่ายังให้ผ่านโปรไม่ได้ ผมขอต่อโปรไปอีก 3 เดือนนะ แล้วเรามาว่ากันใหม่” งงสิครับ เกิดไรขึ้น ทำไมเรียกไปต่อโปร แทนที่จะบรรจุๆ ไปก็จบๆ แต่สุดท้าย ก็ไปไม่รอด ส่วนตัวก็คิดว่าหัวหน้าน่าจะดึงศักยภาพเราออกมาได้มากกว่านี้”

 

4. เจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้าบริษัทเกี่ยวกับหุ้น

“ด้วยความเป็นเด็กเราก็ไม่รู้ว่าอะไรถูก หรือผิดกฎหมาย ถ้าผู้ใหญ่บอกว่า มันไม่ผิดก็คิดว่ามันไม่ผิด แต่สุดท้ายเราก็รู้ว่า มันยังไม่ถูกกฎหมายในประเทศไทย เราเลยลาออก เพราะว่ากลัวว่าจะโดนจับ”

 

5. ผู้ช่วย Managing Director บริษัทขายตรงสัญชาติไต้หวัน

“พอเปลี่ยนงาน ก็มาเป็น Assistant to MD ก็ยังไม่พ้นเรื่องการแปลเป็นล่าม เป็นงานสนุก ไม่อยู่กับที่ ไปนู่นนี่ตลอด ได้พบปะเจอผู้คนมากมาย เอาจริงๆ นะเหมือนงานนี้อ่ะ จะเพิ่งเป็นงานแรกของเราด้วยซ้ำไป ทำไมมันสนุกแบบนี้ ได้แปล ได้สอน ได้ทำหน้าที่หลายๆ อย่างแทน ท่าน MD ทำงานอยู่ที่นี่นานที่สุด 2 ปี 8 เดือน ดีมากทุกอย่างเป็นช่วงที่พีคมาก แต่ดันมีโอกาสใหม่ขึ้นมา แล้วเราเกิดเบื่องานด้วย แต่ยังแฮปปี้กับบรรยากาศการทำงาน เลยลองส่งเรซูเม่ให้เพื่อนดู”

 

6. โรงงานผลิตเครื่องสำอาง 1

“หลังจากนั้นเพื่อนก็ส่งเรซูเม่ให้โรงงานผลิตเครื่องสำอาง ลูกค้าก็จะเป็นเชนเจ้าใหญ่ๆ พวกแบรนด์ต่างๆ ทำที่นี่ได้ 1 ปี 8 เดือน ได้ประสบการณ์มาร์เก็ตติ้งเยอะมาก เป็นงานการตลาดที่ไม่เคยทำ นายสอนเยอะมาก แต่ก็โดนเพื่อนในที่ทำงานแกล้งอีก ดึงงานของเราไปเป็นของเขาหมดเลย เราเป็นคนไม่สู้คนด้วย เราก็รู้ แต่ไม่ได้ลุกมาทำอะไร ก็ปล่อยให้ตามน้ำไป พอเขาดึงงาน เราไม่มีผลงานไม่มีเพอร์ฟอร์แมนซ์ เจ้านายก็ให้เราออก”

 

7. รีเทิร์นกลับไปทำอีกครั้ง

“หลังจากออกมา 6 เดือน เจ้านายที่โรงงานก็เรียกกลับไปทำใหม่ เขารู้แล้วว่าคนที่เขาควรเอาออกคือผู้หญิงคนนั้นที่ดึงงานของเราไป เพราะที่นั่นเป็นโรงงานผลิต คนนี้คิดสูตรมั่วมาก เจ้านายพูดอะไรก็ไม่ฟัง ทำให้วัตถุดิบเสียหายเยอะ เลยตัดสินใจให้อีกคนออกไป แล้วเรียกเรากลับไปอีกครั้ง ให้ทำ เราก็ทำ แต่ด้วยความเป็นเด็ก อีโก้จัด ดื้อ เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ สุดท้ายก็ไปด้วยกันไม่รอดอยู่ดี”

 

8. โรงงานผลิตเครื่องสำอาง 2

“สุดท้ายก็รู้ตัวว่าชอบงานมาร์เก็ตติ้งและเครื่องสำอาง เลยไปทำอยู่อีกโรงงานหนึ่ง ที่นี่ก็นายสั่งงานเยอะมากกก แต่ก็ไม่อนุมัติงานให้ผ่านสักอย่าง เลยคิดว่าประสบการณ์ของตัวเองเยอะละ เงินทุนพร้อม และมีความพร้อมมากในการที่จะออกมาทำอะไรเป็นของตัวเอง ก็เลยลาออก”

 

9. เปิดคลินิคเสริมความงาม

“สุดท้ายก็มีจังหวะหนึ่ง เราได้รู้จักกับคนๆ หนึ่งซึ่งชอบความสวยความงามเหมือนกัน เราไปลงหุ้นเปิดคลินิกเสริมความงามด้วยกัน มีหุ้น 4 คน พอเปิดคลินิกได้เดือนกว่าๆ ก็มีหุ้นหนึ่งขอถอน สุดท้ายก็เหลืออยู่ 3 คน รายได้จากคลินิกก็ไม่ได้ดีมาก ด้วยความที่ว่าการแข่งขันที่สูงในตลาด ตัดราคากันเป็นว่าเล่น แถมเราเองก็พลาดในการเลือกทำเล สุดท้ายมันก็ทรงๆ ไม่ก้าวไปข้างหน้า และตอนนี้คลินิกยังเปิดอยู่ แต่บอสเองก็ถอนหุ้นเรียบร้อย แต่ไม่ได้เงินคืนนะ (หัวเราะเสียงดังมาก) ”

 

10. ย้อนกลับไปเป็นผู้ช่วย MD

“พอเปิดคลินิก บริษัทที่เราเคยเป็นผู้ช่วย MD ตั้งแต่เราออกมา เขาหาคนไม่ได้ ก็เรียกเรากลับไปอีกครั้งหนึ่ง ในตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการตลาด เราก็กลับไป กลับไปครั้งนั้นก็ได้อยู่กับที่ที่คุ้นชิน สภาพเก่าๆ เลยทำให้เราเกิดแรงเฉื่อยเกิดขึ้น สุดท้ายก็เปลี่ยนงานอีก เริ่มหางานใหม่”

 

11. หมอดู

“ช่วงที่ชีวิตโดนแกล้งบริษัทเครื่องสำอาง เราก็ไปดูดวง สงสัยว่าทำไมชีวิตไม่นิ่ง เหมือนตัวเองชอบดูดวง แล้วก็เชื่อเรื่องดวงมาก แต่หลายครั้งที่โทรไปขอคำปรึกษา เขาไม่ว่าง สุดท้ายเลยตัดสินใจเรียนเอง เริ่มแรกจากสมาคมโหราศาสตร์แห่งประเทศไทย หลักสูตรโหราศาสตร์ไทย ต้องวางลัคนาวันเดือนปีเกิด เสร็จแล้วระหว่างเรียน เพื่อนที่เรียนด้วยกันก็แนะนำให้รู้จักอาจารย์คนหนึ่ง แต่อาจารย์บอกว่าโหราศาสตร์ก็มีข้อดีข้อเสีย เขาใช้การทำงานสัตตเลข เป็นเลข 7 ตัว 4 ฐาน เรียกว่าสามารถเอาไปประกอบอาชีพได้ เราก็รับดูดวงด้วย ซึ่งส่วนใหญ่คนจะมาคุยเรื่องงาน แต่ไม่ชอบดูเรื่องความรัก เพราะลูกค้าจะเวิ่นเว้อ ของเราคืออาจารย์วางดวงแล้วเขาต้องรับเราลูกศิษย์ เราเป็นลูกศิษย์เอกของเขาเลยล่ะ และต้องเป็นเรา เพราะตามดวงดาวที่เขาวาง ต้องดูว่ามีเซนส์ถึงหรือเปล่า เราจะดูทางโทรศัพท์เพราะสะดวกทั้งเราและเขา”

 

12. ผู้จัดการฝ่ายขายบริษัทเครื่องกรองน้ำ

“ได้ไปเป็น Sales Manager บริษัทขายเครื่องกรองน้ำ อัลคาไลน์ก็ทำได้ประมาณ 1 เดือน เราก็ไม่แฮปปี้ แล้วก็มีปัญหาเพื่อนร่วมงานตลอด โดนใส่ความ เราก็ไม่สู้คนไง คือเจ้านายให้เราจองบูธ เขาคิดว่าเราน่าจะได้บูธราคาถูก ฝ่ายจัดซื้อไปเช็ค เขาได้ถูกกว่า เขาหาว่าเรามีนอกมีใน เราก็บอกไปว่าไม่มี เรารู้สึกว่าเขามีอะไรในใจกับเรา เราเลยขอลาออกดีกว่า”

 

13. ทำบริษัทลิขสิทธิ์ละคร

“หลังจากนั้นได้ไปทำงานกับเจ้านายเก่าที่เคยทำงานด้วยกันมา แต่เขามาเปิดบริษัทเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ละครไทยจีน ทำได้ 3 เดือนก็ลาออก รู้สึกงานนิ่งๆ อีกแล้ว แต่ตอนนี้มองกลับไป ทุกอย่างขึ้นกับมุมมองของเราทั้งนั้น แต่ตอนนั้นเรากลับไปมองแง่ลบมากกว่า เลยร้สึกงานไม่ไดนามิก ไม่สนุก”

 

14. ลงทุนร้านไอศครีม + ร้านขายเครื่องหอม

“มีเพื่อนชวนไปลงทุน 2 อย่าง คือร้านไอศครีมกับร้านขายเครื่องหอม สบู่โลชั่นชาวเวอร์เจล แฮนด์เมด ออร์แกนิค แพลนทุกอย่างเรียบร้อย สุดท้ายเงินทุนไม่มี แต่ตัวบอสคือลงแรงใช้สมอง อีกคนไม่มีเงิน ทุกอย่างหลุดไปหมดเลย ทำทุกอย่างที่เตรียมมาเรียบร้อย แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ทำ”

 

15. ไปขับ Uber

“เราไปขับ Uber เคยได้ยินว่าบางคนได้เดือนหนึ่งเป็นแสน ผมลองทำดู อยากหาเงินแต่เหนื่อยมาก ลูกค้าไปไหนก็ต้องไป บางจังหวะต้องนอนรอลูกค้า แต่ลูกค้าน่ารักนะ แล้วเรตราคาฟิกซ์ตายตัว ลูกค้าเจ้าแรกเรียกจากคลองตันไปรังสิตคลอง 2 แล้วต้องขับรถเปล่าๆ กลับมา ความจริงมีเทคนิคที่เขาแนะนำคือให้จอดเฉยๆ แล้วออนแอพ แต่เราไม่ชอบอยู่เฉยไง เลยขับไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็ไม่คุ้ม การขับจะมีช่วงเวลานี้ๆ ขับตามทริคจะรวย เช่น Uber Black อันนี้จะคุ้มมาก บางทีต้องพูดกับลูกค้าตรงๆ ว่าดาวผมต่ำมาก รบกวนขอ 5 ดาวนะครับ ตอนนั้นขับแต่ช่วงเย็นได้มากสุดประมาณ 4 เที่ยว”

 

16. ทำงานบริษัทเวชสำอาง

“สุดท้ายมาได้งานที่คิดว่าใช่แล้วแหละ เป็น National Sales & Marketing Manager บริษัทเวชสำอางแห่งหนี่ง ทำงานในงานที่คุ้นเคย ผลิตภัณฑ์ที่ถนัด ตอนนี้ก็ยังทำอยู่แล้วก็แฮปปี้มาก เราได้ดูแลคน เราได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ ปิดยอดขายมาได้แต่ละเดือน เกินร้อยบ้าง ร้อยพอดีบ้าง แต่ก็แฮปปี้มากๆๆ ”

 

17. งานจัดเทอร์ราเรียม

“งานประจำที่ทำอยู่ตอนนี้ เรามีเวลาดูแลทีมงาน มีเวลาดูแลตัวเองมากพอจนออกมาเป็นโปรเจ็ค Bossararium สาเหตุที่มาจับอันนี้ เพราะเราไปคอนโดเพื่อน แล้วเห็นแฟนเพื่อนจัดเทอร์ราเรียมสวย เราอยากจัดบ้างให้เขาสอน ซึ่งแน่นอนว่าโถแรกต้นไม้ตาย ถ้าเราไม่รู้ว่าการอยู่ของต้นไม้ทำยังไง เราเอาไปอยู่ในจุดไม่มีแสง ต้นไม้เฉาแล้วก็ตาย ราก็เอาต้นเก่าออก เอาต้นใหม่ใส่ โถนั้นก็ยังอยู่ ทำได้ 4-5 โหล เรารู้สึกมันเริ่มรกห้อง เลยประกาศขาย ขายได้ซะงั้น เราขายได้เกือบหมดเลย ก็เลยน่าจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ทำเงินได้ เลยเปิดเพจเฟซบุ๊คชื่อ Bossararium ขายทางหน้าเพจ เปิดมา 2 อาทิตย์ ขายได้ 12 โหล ซึ่งเป็นช่วงใกล้ๆ ปีใหม่ ออเดอร์ส่วนใหญ่ ลูกค้าสั่งไปเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ และเร็วๆ ก็ก็จะมีบริษัทต่างๆ มาสั่งสินค้าของเราไปเป็นของขวัญปีใหม่อีกด้วย ใครจะสั่งรีบๆ สั่งนะ เดี๋ยวพ่อค้าจะงานล้นมือละ แฮปปี้มากนะ เรายังได้ทำงานประจำ ได้ทำงานเสริม แต่ทำอันนี้ตอนว่างอารมณ์ดี ความจริงอารมณ์ไม่ดีก็ทำนะ เพื่อเป็นการผ่อนคลาย ฮ่าๆๆ”

 

IMG_7556

 

“เรารู้ว่าเราอยากทำ เราก็ทำเลย ทำทุกๆ อย่างตอนที่ไม่พร้อม คือเราทำเป็นงานอดิเรกที่กลายเป็นธุรกิจ ตัวเอง ไม่มีความรู้เรื่องต้นไม้ การจัดสวนโหล เราไม่อายที่จะถามคนอื่น ไม่หยุดในการค้นคว้าหาความรู้ แถมเอาทักษะทางการตลาดมาใช้ในผลิตภัณฑ์ของเรา เลยทำให้เราสนุกกับงานๆ นี้มากๆ ”

 

IMG_7557

 

IMG_7558

 

15 ปีที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้มาว่า…

  1. เราเป็นคนหนีปัญหา เลือกที่จะเปลี่ยนงาน แต่เราไม่เลือกที่จะแก้ปัญหาที่บริษัทนั้นๆ อย่างที่ไม่สู้คนก็คือข้อนี้เลย เพราะปัญหาส่วนใหญ่มาจากคน
  2. เป็นคนเบื่อง่าย ต้องทำอะไรที่เราชอบจริงๆ และต้องทำกับคนที่สนุกที่จะทำด้วย อย่างเทอร์ราเรียม มันเป็นความรัก เราทำแล้วก็ไม่เบื่อ
  3. เราพยายามทำให้ดีที่สุด แค่เรารู้จุดบอด และเราอย่าให้ซ้ำรอยอีก ตอนช่วงม. 5 คุยกับเพื่อน เพื่อนอยากเป็นแอร์ เราก็บอกอยากเป็นสจ๊วต อีกพักหนึ่งเพื่อนคนเดิมก็เดินมาหา เฮ้ย บอสสายตาสั้นป่ะ คนสายสั้นเป็นสจ๊วตไม่ได้นะเว้ย เราก็เลยบอกงั้นไม่เป็นสจ๊วจก็ได้ ไม่เห็นชอบเซอร์วิสคนอื่นเลย ทั้งที่ทางแก้มีมากมาย แต่เราเลือกจะไม่ลงไปดูว่าปัญหาคืออะไรมากกว่า

 

“จริงๆ แล้ว ผมต้องขอขอบคุณสถาบันการศึกษาที่หนึ่งที่ให้ผมได้เห็นตัวเองครับว่าจริงๆ แล้วอะไรที่มันขวางผม ทำให้ผมไม่ทำในสิ่งที่อยากทำ ตอนนี้ผมกลายเป็น Unstoppable person ไปเรียบร้อยแล้วครับ”

 

HOROSCOPE