ตาล Nuttiyar ชีวิตของสาวคนนี้ขับเคลื่อนด้วยความสนุกกับการดีไซน์

ชื่อ: ณัฐฏิยา รัชตราเชนชัย (ตาล)

อายุ: 26 ปี

แบรนด์: กระเป๋า Nuttiyar

FB: @nuttiyartaan

IG: @nuttiyar

 

เป็นสาวที่เวลายิ้มตาหยี่ แล้วน่ารักมีเสน่ห์มาก

เธอเดินเข้ามาที่กองพร้อมกับคุณพ่อ  บนบ่าสะพายกระเป๋าใบหญ่ ที่ใส่โปรดักท์ไว้เพียบ ทักทายพวกเราชาวคลีโอด้วยความยิ้มแย่มแจ่มใส สตูมืดๆ สว่างขึ้มาเลย!

กระเป๋าลูกครึ่งผสมความโมเดิร์นกับงานฝีมือไทย ทำให้ดูสมัยใหม่มากขึ้น

กระเป๋าของ Nuttiyar เป็นการผสมกันอย่างลงตัวระหว่างผ้ากับหัตถกรรมไทย คือฐานจะเป็นงานสานส่วนตัวกระเป๋าจะเป็นผ้า เพิ่มกิมมิคด้วยพู่คล้องตรงสายกระเป๋า เริ่มจากการทำของขายกระเป๋าในงานแฟร์ของมหาวิทยาลัย สมัยยังเป็นนักศึกษามัณฑนศิลป์ ม.ศิลปกร ทำไปทำมาขายดี ต่อยอดแบรนด์หลังจากเรียนจบ และปีนี้ก็คือปีที่ 3 แล้ว! เป็นคนชอบงานหัตถกรรม งานคราฟท์ งานผ้าอยู่แล้ว ก็เลยรู้สึกว่าน่าสนใจ มีคาแร๊คเตอร์ที่ต่อยอดได้ ก็เลยเริ่มจริงจัง เข้าไปหาชุมชนที่ทำงานสาน เหมือนจริงๆ เรามองว่างานของเรามันเป็นลูกครึ่งระหว่างอุตสาหกรรมและหัตถกรรม เพราะเป็นงานแฮนด์คราฟท์ที่ต้องใช้ฝีมือแล้วก็ต้องเอามารันต่อในโรงงาน ทำออกมาเป็นกระเป๋า 1 ใบ เธอบอกว่าอยากทำกระเป๋าสานที่สวยและใช้งานได้ ตั้งใจดีไซน์โดยทำให้หวายมีฟังค์ชั่นเข้ากับกระเป๋าไปด้วย  และทำให้ใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น

 

การส่งงานประกวดคือการที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จัก

เธอเป็นคนนี้มีเพชชั่นในงานดีไซน์มาก เวลาคุยกันเธอจะมีประกายในตาตลอด ตาลชอบส่งงานเข้างานประกวด งานแสดงผลิตภันฑ์ จนตอนนี้เธอก็ยังมีโปรเจ็คส่งงานแสดงกับเพื่อนเรื่อยๆ และแพชชั่นของเธอนี้แหละที่ทำให้งานของเธอได้รับรางวัลจนมีคนเข้าหาขอสินค้าไปวางขาย และก็เริ่มต่อยอดจากตรงนั้นเลย ค่อยๆ มีคนติดต่อให้ไปวางขายมากขึ้น เรารู้สึกว่าช่องทางหนึ่งที่ทำให้เป็นที่รู้จักคือการส่งประกวด ตาลได้ส่งประกวดงานโคตรงการ Thai AIM ปี 2015 และก็ได้เข้าไปเป็นหนึ่งใน Young Designer 3 คน และก็เลยได้มีโอกาสได้เข้าไปขายใน Be Trend พารากอน มันก็เลยมีความต่อเนื้อง ได้ไปขายที่ TCDC แล้วก็เป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ ” 

 

ทำทั้งงานออฟฟิสและสร้างแบรนด์ไปด้วยพร้อมๆ กัน

เธอวางระบบการทำงานแบรนด์ให้รันไปได้ด้วยตนเอง แล้วเธอก็เข้าไปทำงานออฟฟิส เธอเลือกออกงานแฟร์ที่เหมาะกับแบรนด์ให้มากขึ้น เพราะลางานไม่ค่อยได้ แรกๆ เธอทำงานออฟฟิสเต็มตัวอยู่ 2 ปี ตอนหลังเปลี่ยนมาเป็นฟรีเลนซ์ประจำ ส่วนเหตุผลที่ยังทำทั้งสองอย่างคู่กันเพราะ “มันทำให้เราได้ความรู้ด้านอื่นๆ ได้คอนเน็คชั่น มันเสริมการทำแบรนด์ได้ ถ้าจบมาแล้วลุยแบรนด์เลยเราอาจจะไม่รู้ระบบงานออฟฟิส ไม่รู้วิธีการทำงานเป็นระบบ ด้วยความที่งานออฟฟิสเราก็เกี่ยวกับดีไซน์เหมือนกัน มันก็เลยทำให้เราเห็นภาพกว้างของวงการมากขึ้นด้วยและเราก็เห็นช่องทางว่าแบรนด์เราจะไปอยู่ตรงไหนได้……แล้วงานออฟฟิสก็สนุกด้วย ก็เลยตัดสินใจทำไปพร้อมกัน”

 

สุดท้ายสาวตาลฝากบอกสาวๆ ที่อยากจะสร้างแบรนด์ของตัวเองว่า อยากให้เป็นตัวของตัวเองที่สุด มองภาพกว้างเอาไว้  ถ้าเราเห็นภาพกว้างเราก็จะได้รู้ว่าเขาทำอะไรกันแล้วบ้าง จะได้ไม่ซ้ำใคร การทำสิ่งที่ชอบแล้วก็มาจากตัวเรา มันก็ชัดอยู่แล้วมาจากตัวเอง เชื่อว่าตัวเองทำอะไรได้ก็ทำไป”

HOROSCOPE