จากโปรดักชั่นมือโปรหันจับเพจอาหาร ‘กินข้าวกัน’ เรียกยอดไลค์เป็นล้านภายในสี่เดือน

ช่วงนี้วีดิโอทำอาหารกำลังขายดิบขายดี มีเพจอาหารออกมาเยอะ แต่ที่เห็นจะเปรี้ยงกว่าใครเพื่อนคงต้องยกให้เพจกินข้าวกันที่มียอดไลค์กว่าสองล้าน มีแม่อ้อ – ญาณภา เข็มทอง และสามีเป็นคนดูแล แต่ละคลิปของเพจนี้ เราสัมผัสได้เลยว่าทุกเมนูเกิดจากความรักอย่างแท้จริง

 

‘กินข้าวกัน’ มาจากคำทักทาย

ก่อนหน้าที่จะมาเปิดเพจกินข้าวกัน อ้อและสามีทำโปรดักชั่นมาก่อน แต่ด้วยความรักในการทำอาหาร เลยตัดสินใจลองทำคลิปวีดิโอสั้นๆ ดู “เกิดจากการที่อ้อชอบทำอาหารอยู่แล้ว แล้วช่วงก่อนที่จะทำเพจ โปรดักชั่นเรามีแต่งานที่เกี่ยวกับอาหารหมดเลยก็เลยรู้สึกว่าชอบ” ประกอบกับที่ดูคลิปวีดิโอทำอาหารต่างประเทศบ่อย แล้วยังไม่เคยเห็นในไทยทำออกมาในแนวนี้เลยลองทำดู “ตอนนั้นเราดูเพจทำอาหารต่างประเทศและเหมือนเมืองไทยยังไม่มีมุมนี้ ยังไม่มีคนทำเลยก็ว่าได้ ก็เลยชวนแฟนมาทำกับข้าวกัน ทำเพจกันดีกว่า แฟนเราก็เป็นผู้กำกับ ตัดต่อเองเป็นหมด ก็เลยตัดสินใจทำเพจกัน”

ส่วนชื่อเพจ ‘กินข้าวกัน’ อ้อบอกว่ามีที่มาที่ไปจากสามีเป็นคนคิด “กินข้าวกันมาจาก อันนี้แฟนเป็นคนตั้ง เมื่อก่อนเวลาเราไปบ้านใคร คำถามแรกคือแบบ กินข้าวมารึยังคะ มันก็เลยกลายเป็นแบบ กินข้าวด้วยกันมั้ย เลยมาเป็นชื่อกินข้าวกัน

 

คลิปแรกเริ่มต้นที่โต๊ะหน้าบ้าน

ถึงแม้ว่าจะทำโปรดักชั่นอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้เล่นใหญ่ลงทุนเยอะตั้งแต่แรก คลิปแรกที่ทำเลยเริ่มต้นจากหน้าบ้าน “ตอนแรกเราก็ไม่ได้ลงทุนอะไรยกโต๊ะออกมาถ่ายหน้าบ้านโดยที่ใช้แสงแดดจากหน้าบ้าน ทำเมนูแรกขึ้นมา แล้วลองโพสต์ดูในกลุ่มทำอาหารกลุ่มนึง แล้วบังเอิญวันแรกมียอดแชร์ไปเป็นหมื่นเลย” เมนูที่พูดถึงก็เป็นเมนูผัดฉ่าทะเลที่มีคนแชร์เยอะ จนทำให้เพจกินข้าวกันมีชื่อเสียงขึ้นมา “ตอนเราทำเราไม่ได้คาดหวังอะไร เพราะว่ากระแสมันมาดี อย่างเดือนแรกมีแสนไลค์ สามแสน ห้าแสน จนล้านนึงในสี่เดือน เราไม่ได้คาดหวังอะไรในจุดนี้ พอมาถึงจุดนี้มันก็มีความสุข”

 

ทีมงานสี่คนกับความท้าทาย 10 วีดิโอต่อวัน

จากเพจที่เริ่มต้นในบ้าน มีแค่อ้อและสามี จนถึงตอนนี้มีสมาชิกเพิ่มมาอีกสองคน “หลักๆ ก็จะมีหนึ่งเลย ตากล้อง สองก็จะเป็นคนตัดต่อ สามก็จะเป็นฟู้ดสไตล์ลิช แล้วก็คนทำ ก็คืออ้อทำ เรามีกันแค่สี่คน แต่สี่คนต่างแบ่งหน้าที่รับผิดชอบชัดเจน มันเลยทำให้รู้สึกว่าเพจเรามันขับเคลื่อนไปได้เรื่อยๆ โดยที่ทุกคนรับผิดชอบหน้าที่ เป็นฟันเฟืองที่สำคัญให้เพจเราหมุนไปได้เรื่อยๆ” และอย่างที่บอกว่าพอเพจเริ่มโตขึ้น เลยต้องเพิ่มปริมาณวีดิโอที่ถ่ายทำในแต่ละวัน ด้วยเรทปกติที่ 10 คลิป “มันยากง่ายอยู่ที่แต่ละเมนูเลย อย่างต่ำก็ประมาณห้าคลิป แต่เรทปกติของเราอยู่ที่สิบคลิป ถ้าเป็นเมนูยากๆ จะอยู่ที่ห้าคลิป ยากง่ายผสมกันไปในแต่ละวัน” จนถึงตอนนี้ในเพจทำมาแล้วกว่า 800 วีดิโอ

 

บอกลูกเพจก่อนรับสปอนเซอร์

เห็นเพจกินข้าวกันมีคลิปสปอนเซอร์แบบนี้ จริงๆ แล้วก่อนจะเริ่มรับสปอนเซอร์จริงๆ ใช้เวลาหลายเดือนอยู่เหมือนกัน เพราะอยากให้คนจำภาพลักษณ์เพจก่อน และก่อนจะรับอ้อก็โพสต์บอกด้วย “เราเปิดเพจมา มีสปอนเซอร์เข้ามาตั้งแต่อาทิตย์แรกเลย แต่กว่าจะรับก็อยู่ที่ห้าแสนไลค์ ประมาณสามเดือน จริงๆ แล้วเราจะรับเลยก็ได้ แต่เรารู้สึกว่าอยากให้คนจำภาพเราให้ได้ก่อน ก็เลยตัดสินใจค่อยๆ รับ ก่อนที่จะรับสปอนเซอร์อ้อก็เขียนบอกสมาชิกทุกคนว่า อ้อจะเริ่มรับสปอนเซอร์แล้วนะ เพื่อให้มันขับเคลื่อนได้มากขึ้น ทุกคนก็แบบทำไมไม่รับตั้งนานแล้ว”

 

 

รับสปอนเซอร์มาแล้วต้องเหนื่อยขึ้น

หลังประกาศรับสปอนเซอร์มาแล้ว ทีมเพจกินข้าวกันต้องเหนื่อยขึ้นเพื่อให้ทุกคนได้ดูคลิปวีดิโอดีๆ และต้องระวังไม่ให้ขายของเกินไป “เหมือนเราอ่านคอมเมนท์ของสมาชิกในเพจแล้วเรารู้สึกว่าแบบขายก็คือขาย อันนี้สปอนเซอร์ก็ให้เห็นว่าอันนี้สปอนเซอร์นะ แต่เราจะแก้ปัญหาทำคลิปของตัวเอง โดยที่ไม่มีสปอนเซอร์ ที่เป็นคลิปของเราเอง เท่ากับคลิปที่มีสปอนเซอร์ ให้เขาเห็นว่า เหมือนเราต้องเหนื่อยมากขึ้น เพราะเราก็ต้องมีคลิปของเราด้วย และก็ต้องมีคลิปสปอนเซอร์ด้วย เพื่อให้สมาชิกในเพจดูแล้วบาลานซ์กันว่า เราไม่ได้ขายของอย่างเดียวนะ”

 

รันฟอลโลวเวอร์ให้สูงด้วยการครีเอทอะไรใหม่ๆ

ถึงทำเพจจะอยู่ได้ไม่ใช่แค่จำนวนฟอลโลวเวอร์ แต่ถึงอย่างนั้นทั้งเรื่องคุณภาพกับจำนวนก็ยังสำคัญและต้องพัฒนาอยู่เสมอ “เราจะเปลี่ยนเรื่อยๆ ดูว่ายอดไลค์ เอนเกจเมนต์ ฟอลโลเวอร์ของเราขึ้นรึเปล่า มันดร็อปๆ ลงนะ เราก็จะเปลี่ยน เปลี่ยนหมายถึงว่าเปลี่ยนคอนเท้นท์ จนเป็นคอนเท้นท์ล่าสุด ช่วงประมาณห้าหกเดือนหลังมานี้เราเริ่มคุยกันแล้วว่า ฟอลโลเวอร์มันลดลงนะ ก็มีปรับๆ กันให้ดูมีชีวิตชีวา ดูสวยงามมากขึ้น การมีตกแต่งเล็กๆ น้อยๆ ทำให้อาหารดูน่าทานมากขึ้น ให้วีดิโอมีชีวิตมากขึ้น เหมือนเราต้องพัฒนาตัวเองคิดคอนเท้นท์ใหม่ๆ เรื่อยๆ ให้คนดูอยู่กับเราแล้วไม่เบื่อ เพราะไม่รู้ว่ากระแสอาหารเป็นยังไง แต่เรารู้ว่า เราจะพัฒนาเราไปในทิศทางไหนมากกว่า”

 

 

เพจคือส่วนหนึ่งของชีวิต

สำหรับอ้อ การทำเพจอาหารไม่ใช่งานประจำ แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และให้ทุกๆ วันที่ทำอาหาร เป็นทุกๆ วันที่เธอจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ “เรียกว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเลยดีกว่า เรารู้สึกว่า อย่างโปรดักชั่น ตามธรรมชาติของมันคือไม่ได้ถ่ายทุกวัน แต่การทำอาหารเราได้ทำทุกวัน มันไม่เหมือนงาน เรามีความสุข เราได้ทำเมนูอื่นๆ มันไม่มีคำว่าเบื่อ เราจะให้น้องหยุดทุกเสาร์-อาทิตย์ เสาร์-อาทิตย์เราก็จะหัดทำ แบบช่วงนี้ชอบทำขนมปัง ก็จะมีความสุขกับการทำขนมปัง ซาลาเปา มันมีความสุข ไม่อยากหยุดอยู่เฉยๆ แล้วก็จะหัดทำอย่างอื่นที่เราชอบ”

 

หยิบเรื่องดีๆ ใส่ใจคือการรับมือที่ดีที่สุด

ทำเพจออกมาได้เกือบสองปีแล้ว อ้อบอกว่ากว่าจะมาถึงวันนี้ก็ต้องผ่านคอมเม้นท์ทั้งดี ไม่ดี แต่อ้อมีวิธีรับมือด้วยการไม่ใส่ใจและหยิบเรื่องดีๆ เข้ามา “มันก็มีอยู่แล้วเป็นสังคมโซเชียล แรกๆ แค่โดนติ เราเป็นคนเซ้นซิทีฟอยู่แล้ว อ่านแล้วก็รู้สึกท้อ แต่แฟนก็สอนว่า มันเป็นโลกโซเชียล ใครจะเขียนอะไรก็ได้ แต่อยู่ที่คนรับสารจะเข้มแข็ง แล้วไปต่อกับมันอย่างมีความสุขได้แค่ไหน เราเลยเลือกที่จะหยิบเรื่องดีๆ เข้ามา เพราะคนที่คอมเม้นท์ดีๆ ก็มีเยอะ”

 

 

ความสุขจากการให้

นอกจากคอมเม้นท์ดีๆ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งคือการที่ลูกเพจส่งการบ้านทำอาหารตามสูตรมา มีเหตุการณ์นึงทำให้เธอแฮปปี้มาก “มีอยู่ครั้งหนึ่ง อันนี้คือเหตุการณ์ครั้งแรก แต่หลังจากนั้นก็มีเข้ามาเรื่อยๆ คืออ้อทำสังขยาใบเตย แล้วมีสมาชิกในเพจเป็นผู้หญิงคนหนึ่งอินบ็อกเข้ามา เขาบอกว่า ขอบคุณแม่อ้อมากๆ นะคะ แล้วเขาก็ถ่ายรูปสังขยาที่เราสอน กับขนมปัง เขาบอกว่าเนี่ย เดี๋ยวนี้เขาไม่ต้องขอเงินสามีซื้อแพมเพิสให้ลูกแล้ว เขาสามารถเอาอันนี้ไปทำ แล้วเอาไปขาย ช่วยสามีหาเงิน มันรู้สึกแฮปปี้ ฟังแล้วหัวใจมันพองโต เรารู้สึกว่าเนี่ยคือความสุขจากการให้ เพราะเราให้ตั้งแต่แรก เราไม่ได้มีสปอนเซอร์อะไร แต่อันนี้มันคือความสุขจากการให้จริงๆ ”

 

 

ซื่อสัตย์คือหัวใจสำคัญ

สิ่งที่ทำให้เพจอยู่ได้นาน ไม่ว่าจะเป็นเพจแบบไหน สิ่งสำคัญอยู่ที่ความซื่อสัตย์  “เราต้องรู้ว่าเราโตมาจากอะไร วันแรกเราเกิดมาเพราะใคร เพจเราเกิดมาเพราะใคร นึกถึงสมาชิกทุกคนที่ให้ความสำคัญกับเรา ซื่อสัตย์กับตัวเองหมายถึงสร้างสรรค์เมนูออกมาเรื่อยๆ สร้างสรรค์เมนู ทำออกมาให้ทุกคนได้ดู รักในสิ่งที่เราทำ วันนึงการทำเพจอาหาร เหมือนบางคนตั้งใจเปิดมาเพื่อธุรกิจ เพื่อผลประโยชน์ พอวันหนึ่งมันโตขึ้น ให้เราอยู่ที่เดิม ไม่เปลี่ยนไปตามจำนวนสปอนเซอร์ที่เข้ามา ไม่ว่าจะทำอะไร ขอให้เราอยู่ที่จุดๆ เดิมที่เราเริ่มต้น”

 

 

ทำในสิ่งที่ชอบ แล้วจะไม่มีวันเบื่อ

อ้อทิ้งท้าย ฝากบอกเด็กวัยรุ่นยุคใหม่ถึงวิธีการทำเพจให้ประสบความสำเร็จ หรือใครที่คิดจะเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ ว่าทุกอย่าง ถ้าจะสำเร็จได้ ต้องเริ่มมาจากความชอบในสิ่งนั้นก่อน แล้วอะไรๆ จะตามมาเอง “ให้เริ่มต้นมองจากศักยภาพที่มันมีอยู่ในตัวเรา ไม่ต้องมองไกลตัว มองว่าเราถนัด ชอบอะไร เพราะที่อ้อประสบความสำเร็จมาได้ทุกวันนี้ ก็เริ่มมองจากสิ่งที่ชอบ แล้วมันไม่ใช่งาน มันก็จะทำให้เรามีความสุขที่ได้ทำมันทุกวัน เพราะเราต้องอยู่กับมันทุกวัน ถ้าทำสิ่งที่เราไม่ได้ชอบแล้ว ก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันน่าเบื่อ”

 

พอเรามองจากมุมนี้แล้วก็สัมผัสได้เลยว่าจริงๆ แล้วการทำเพจไม่ยากเลยสักนิด แต่การจะทำให้เพจอยู่ได้นานต่างหากที่ยาก และเป็นเรื่องของคนเริ่มที่จะอยู่กับมันยังไง รักสิ่งที่ทำมากแค่ไหน สำหรับอ้อพอมันเป็นสิ่งที่รัก มันเลยไม่ใช่งานแต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เธอยินยอมจะอยู่กับมันไปทุกวัน

ส่วนใครที่อยากทำอาหารแบบง่ายๆ ลองเข้าไปติดตามได้เลยทาง เพจกินข้าวกัน และ เพจกับแกล้ม ได้เล้ยย

HOROSCOPE