11 น้ำหอมผู้หญิงกลิ่น since 90's คลาสสิค มีเรื่องราวที่ยาวนาน

11 น้ำหอม ผู้หญิงกลิ่น since 90’s คลาสสิค มีเรื่องราวที่ยาวนาน

อยู่ดีๆ เราก็สนใจใน น้ำหอม กลิ่นสุดคลาสสิคขึ้นมา ตอนที่ได้ดม L’interdit จาก Givenchy กลิ่นน้ำติดตรึงไม่ใช่แค่ที่จมูก แต่ทำให้เราเกิดรู้สึกอยากค้นหาเกี่ยวกับ ‘เธอ’ ให้มากขึ้น เลยสงสัยว่า น้ำหอม กลิ่นไหนกันนะที่ถือเป็นกลิ่นคลาสสิคจากแต่ละแบรนด์ดังที่ยังคงมีชื่ออยู่จนถึงทุกวันนี้ เลยจะเริ่มนับจากช่วงยุค 90’s เป็นต้นไป

 

L’Heure Bleue, Guerlain (1912)

ขวดนี้อยากจะอินสไปร์ให้เราฉีดแล้วเห็นภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วถูกแทนที่ด้วยผืนท้องฟ้าสีน้ำเงินกำมะหยี่ช่วงกลางคืน เป็นการพรีเซนต์ท้องฟ้าเมื่อช่วงเวลาที่ยังไม่พบดวงดาว ลึกและล้ำมากมายก่ายกอง

Created by : Jacques Guerlain เขาเป็น perfumer ชื่อดังที่ทรงอิทธิพลในยุคศตวรรษที่ 20 หนึ่งในพี่น้องตระกูล Guerlain ที่มีชื่อเสียง

กลิ่น : ดอกไม้ตะวันออก

ความรู้สึก : เป็นที่รัก/ไม่มั่นคง/มีเสน่ห์ยั่วยวน

Top notes : กลิ่นของเทียนสัตตบุษย์และมะกรูด

Middle notes : ดอกคาร์เนชั่นและเนโรลี่

Base notes : ไอริส ไวโอเลต กำยาน วานิลลา ถั่วทงก้า

 

No.5, Chanel (1921)

กลิ่นในตำนานที่แม้แต่ Marilyn Monroe ยังบอกว่านี่เป็นสิ่งเดียวที่เธอ wear บนเตียง! Coco Chanel ดีไซน์เนอร์ที่ต้องการจะเปลี่ยนโลก เธอเลยจับมือกับ Ernest Beaux นักปรุงน้ำหอมชาวรัสเซีย คิดค้นน้ำหอมขึ้นมากว่า 80 กลิ่น แต่เธอก็เลือกเจ้ากลิ่นที่ห้านี่แหละ No.5

Created by : Ernest Beaux ชาวรัสเซียที่เกิดในฝรั่งเศส Perfumer ชื่อดังที่เป็นคนครีเอทน้ำหอมที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

กลิ่น : อ้อมแขนแห่งพฤกษานามธรรม(ไม่มีจริง)

ความรู้สึก : เซ็กซี่/น่าค้นหา/หรูหรามีระดับ

Top notes : ดอกกระดังงา, ดอกเนโรลี, เบอร์กามอต และเลมอน

Middle notes : ดอกกุหลาบ, มะลิ, ลิลลี่ออฟเดอะวัลเลย์ และไอริส

Base notes : ฟีโรโมนสกัดจากชะมด, เวทิเวอร์, แซนเดิลวู้ด, วานิลลา, แพตชูลี, โอ๊กมอสส์, มัสก์ และแอมเบอร์

 

Arpège, Lanvin (1927)

น้ำหอมขวดนี้ทำขึ้นเพื่อลูกสาวของ Jeanne Lanvin เมื่ออายุครบ 30 ปี เมื่อพรีเซนต์ความงดงามของ Marguerite เป็นกลิ่นของดอกไม้หายากที่มารวมกันแล้วคล้ายกับว่าทุกดอกเบ่งบานอยู่ในสวนเดียวกัน

Created by : André Fraysse และ Paul Vacher ทั้งสองเป็นชาวฝรั่งเศส

กลิ่น : กลิ่นที่งดงามที่สุดในโลก

ความรู้สึก : ผู้หญิง/หรูหรา/ความสุข

Top notes : มะกรูด, ดอกเนโรลี

Middle notes : กุหลาบบัลแกเรีย, ดอกมะลิ และกระดังงาม่วง

Base notes : ไอริสฟลอเรนซ์, หญ้าแฝก, อำพัน และไม้จันทน์

 

Miss Dior, Christian Dior (1947)

Miss Dior ถือเป็นตำนานของ Chirstian Dior เลยก็ว่าได้ น้ำหอมขวดนี้เริ่มต้นมาพร้อมๆ กับเสื้อผ้าของแบรนด์ เลยทำให้กลิ่นถูกครีเอทมาคู่กันกับการทำเสื้อผ้า ความรู้สึกของน้ำหอมกลิ่นนี้กับสัมผัสของเสื้อผ้า ถ้าหลับตาเกือบรู้สึกเลยว่าเหมือนกัน

Created by : Edmond Roudnitska สุดยอด perfumer ชาวฝรั่งเศส เป็นบิดาของ Michel Roudnitska ซึ่งเป็น perfume ชื่อดังเช่นกัน

กลิ่น : ส่งเสริมความสมบูรณ์แบบในฉบับ Chirstian Dior

ความรู้สึก : เรียบง่าย/ทันสมัย/โดดเด่นและสง่างาม

Top notes : Galbanum ที่ทำให้รู้สึกถึงความโอหัง เชิ่ดๆ

Middle notes : มะลิ ให้ความรู้สึกของผู้หญิงที่อ่อนโยน

Base notes : แพทชูลี

 

Youth Dew, Estée Lauder (1953)

“กลิ่นนี้ไม่ได้ปรุงขึ้นเพื่อเป็นน้ำหอม แต่เป็นน้ำมันชโลมผิวตอนอาบน้ำที่มีความหอมกว่าน้ำหอมถึง 2 เท่า และยังเป็นสิ่งที่ผู้หญิงสามารถซื้อหาไว้ใช้สำหรับตัวเองโดยไม่ต้องขอคำแนะนำจากชายคนรัก” – Estée Lauder

และสามารถพรมและอาบโดยไม่ต้องรอโอกาสพิเศษ

Created by : Estée Lauder

กลิ่น : กลิ่นอันจรุงของกุหลาบ มะลิ หญ้าแฝกและแพชชูลี

Top notes : ส้ม, ลาเวนเดอร์, ดอกนาร์ซิสซัส, เครื่องเทศ, พีช และมะกรูด

Middle notes : ซินนามอน, ใบขี้เหล็ก, ดอกกล้วยไม้, ดอกมะลิ, กานพลู, ดอกกระดังงา, ดอกกุหลาบ, ดอกลิลี่

Base notes : ยาหม่องจากตูลูและเปรู, อำพัน, แพทชูลี, วานิลลา และหญ้าแฝก

 

L’Interdit, Givenchy (1957)

แต่ขวดนี้เป็นขวดของปี 2018 ที่ปรับกลิ่นใหม่แล้วเรียบร้อย เปิดเผยถึงเสน่ห์ของความเป็นผู้หญิงที่มีความบริสุทธิ์ แต่ซ่อนความลึกลับน่าค้นหา ด้วยความขัดแย่งระหว่างความหอมหวานของ White Floral ผสานกับกลิ่นแนว Woody เกิดเป็นความหอมแบบใหม่ที่ยากจะลืมเลือน ไม่มีอะไรต้องห้ามตัวเราอีกแล้ว แหกทุกกฎ และยอมรับตัวเองในแบบที่เป็น

Created by : Dominique Ropion, Anne Flipo และ Fanny Bal

กลิ่น : Warm Floral และความหอมหวานของ White Floral ผสมกับ Woody

ความรู้สึก : ยากที่จะลืมเลือน / เข้มข้น / ติดตรึง

Top notes : มะกรูดและแพร์

Middle notes : ดอกมะลิและดอกส้ม

Base notes : แพทชูลีและหญ้าแฝก

 

Calèche, Hermès (1961)

น้ำหอมผู้หญิงที่โชว์ความเฟมินีนผสมผสานระหว่าง ดอกไม้ ไม้ และไซปรัส

Created by : Guy Robert

กลิ่น : กลิ่นสุดหรูของหญ้าแฝก ผสมกับดอกมะลิ กุหลาบและไอริส

ความรู้สึก : หรูหรา / คลาสสิค

Top notes : ต้นไซเปรส, ดอกส้ม, น้ำมันเนอโรลี่, มะกรูด และเลมอน

Middle notes : ดอกมะลิ, ดอกกุหลาบ, ดอกไอริส, ดอกการ์ดีเนีย และดอกกระดังงา

Base notes : ไม้จันทร์, โอ๊คมอส, ซีดาร์วู้ด, เวอทิเวอร์, แอมเบอร์ และมัสค์

 

Climat, Lancome (1967)

ความจริงแล้วในเวอร์ชั่นปี 1967 น่ะ กลิ่นนี้ทำมาให้เหมาะกับทุกเวลา ทุกซีซั่น จะช่วงไหนของวันได้หมด ก่อนเข้าเรียน หลังออกกำลังกาย ระหว่างไปช๊อป หรือตอนแอบแต่งหน้าตอนไปเดทกับคนพิเศษยังได้!

Created by : Gérard Goupy

แต่สำหรับขวดนี้น่ะอาจจะแตกต่างออกไปเล็กน้อย

ความรู้สึก : ย้อนวัย / ความทรงจำ / ความเป็นผู้หญิงที่นิรันดร์

Top notes : ลดีไฮด์

Middle notes : ดอกกุหลาบ, ดอกนาร์ซิสซัส, ดอกมะลิ และดอกกระดังงา

Base notes : หญ้าแฝก, ไม้จันทน์, ซีสต์ และวานิลลา

 

Opium, Yves Saint Laurent (1977)

ในรูปนี้เป็นขวดรุ่น 2009 แต่เจ้าตัวดั้งเดิมเนี่ยถูกครีเอทโดย Jean-Louis Sieuzac เรื่องกลิ่นเราขอพูดถึงกลิ่นใหม่ที่ยังขายอยู่ก็แล้วกัน

Top notes : มะกรูด, ส้มแมนดาริน และดอกลิลี่

Middle notes : ดอกคาร์เนชั่นและยางไม้หอมเมอร์

Base notes : แพทชูลี่, อำพัน และวานิลลา

 

Must de Cartier, Cartier (1981)

เป็นน้ำหอมกลิ่นฝั่งตะวันออก ไม่แน่ในว่าในขวดนี้คือกลิ่นดั้งเดิมไหม แต่กลิ่นเดิมน่ะ

Created by : Jean-Jacques Diener

Top notes : สัปปะรด, ส้มเขียวแมนดาริน, พีช, มะกรูด และเลมอน

Middle notes : คาร์เนชั่น, หนัง, ดอกนาร์ซิสซัสสีเหลือง, โคลน, กล้วยไม้, ดอกมะลิ และดอกกระดังงา

Base notes : อำพัน, ไม้จันทน์ และวานิลลา

 

Obsession, Calvin Klein (1985)

Created by : Jean Guichard

ความรู้สึก : เป็นผู้หญิง / น่าหลงใหล / ไม่ต้องการเหตุผล

Top notes : ส้มแมนดาริน, วานิลลา, พีช, โหระพา, มะกรูดและเลมอน

Middle notes : เครื่องเทศ, ผักชี, ไม้จันทน์, ดอกส้ม, มะลิและกุหลาบ

Base notes : อำพันและวานิลลา

 

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับน้ำหอมและการบ่งบอกถึงตัวตนคนที่ใช้ได้ที่นี่

HOROSCOPE