ออฟฟิศของเธอคือหัวเครื่องบินบนความสูงเท่าก้อนเมฆ แล้วผิวจะไม่แห้งได้ยังไงกัน!

  • 685
    Shares


แค่อยากเป็นนักบินก็เท่แล้ว แต่เธอคนนี้ทำได้จริงยิ่งกว่าฝัน พิซซ่า ชลนิสา สุภาวรรณพงศ์ นักบินหญิงวัย 25 ปี สาว First Jobber ที่มีงานแรกหินเบอร์นี้! เพราะอาชีพนักบินไม่ใช่แค่การขับเครื่องบินให้ไปถึงที่หมาย แต่เธอยังต้องรับผิดชอบชีวิตของผู้โดยสารทั้งลำ รวมถึงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามากมายตลอดเวลา นี่ยังไม่นับรวมรูทบินที่อาจทำให้ไม่ได้พักผ่อน และสภาพอากาศที่พร้อมจะทำร้ายผิวหน้าอยู่ทุกวัน ว่าแต่…ผิวของเธอก็ยังสวยนะ เคล็ดลับคืออะไรนะ

ผิวไม่แห้ง

เปลี่ยนใจจากแอร์มาขับเครื่องบิน

ก่อนจะมาเป็นนักบินหญิง พิซซ่าเคยมีความฝันอยากทำงานในเครื่องบินมาก่อน “อยากเป็นแอร์โฮสเตสค่ะ แต่พอจบปริญญาตรีแล้วที่บ้านอยากให้เรียนต่อ ก็เลยหาข้อมูลเจอว่าเป็นนักบินเรียนจบศิลป์ – ภาษามาก็เป็นได้ ก็เลยย้ายสายไปเรียนนักบิน ใช้เวลาเรียน 1 ปี ถามว่ายากมั้ย? ยาก! ต้องอ่านหนังสือเยอะมาก เพราะเราต้องเข้าใจการทำงานของเครื่องบินทุกอย่าง ต้องรู้ไปถึงระบบการทำงาน ไม่ใช่แค่นำเครื่องขึ้น-ลง แต่ต้องมองภาพทุกอย่างออกว่าแต่ละกลไกสัมพันธ์กันยังไง ถึงจะสามารถขับมันได้ดี

 

ระยะทางบวกความรับผิดชอบที่สูงเท่าชีวิต

ระยะเวลา 1 ปีครึ่งของการเป็นนักบิน เธอต้องเดินทางไปตามรูทบินที่กำหนดไว้ ซึ่งเธอเลือกไม่ได้ “เราต้องรับภารกิจในการบินแต่ละครั้งตามตารางบินที่กำหนดค่ะ เอาแต่ใจไม่ได้หรอกนะ ต่อให้ต้องบินไกลก็ต้องไป ต้องเตรียมตัวไปบินให้พร้อมอยู่เสมอ” แต่ความใกล้ไกลก็คงไม่สำคัญเท่าความรับผิดชอบที่เธอเป็นผู้บังคับเครื่องบินเพื่อนำอะไรก็ตามที่บรรจุอยู่ในตัวเครื่องไปสู่ที่หมายอย่างปลอดภัยไร้กังวล “ทุกอย่างจะต้องเป๊ะมาก แม้ว่าเราจะจำได้ว่าเช็คลิสต์ก่อนขึ้นและลงเครื่องจะมีอะไรบ้าง แต่เราก็ยังต้องมีลิสต์นั้นเอาไว้ไม่ใช่แค่จำได้อยู่ดี แต่เพื่อความปลอดภัย”

 

คูณสองทุกอย่างทั้งรายได้ ความเสี่ยง และความแรงของมลภาวะ

ฝุ่นควันไม่ใช่ปัญหาเท่ากับแสงแดดที่สองมาสู่ผิวหน้าอย่างจัง! ตั้งแต่ตอนเธอเรียนแล้วกับเครื่องที่เป็นกระจกใสคลุมห้องนักบินทั้งหมด แต่พอจนเรียนจบก็ยังเลี่ยงจะเจอแดดไม่ได้อยู่ดี ในเมื่อออฟฟิศของเธอคือบนท้องฟ้ากระจกเครื่องบินไม่กัน UV จะเอาที่บังแดดมาบังเหมือนขับรถก็ไม่ได้ เพราะเราต้องเห็นทัศนวิสัยทั้งหมด อัดครีมกันแดดเข้าไปเลย ยิ่งสูงแดดยิ่งแรง

พิซซ่าบอกว่าตั้งแต่มาเป็นนักบินคล้ำไปเยอะ และที่สำคัญคือหน้าแห้งง่ายมาก ต้องคอยหาผลิตภัณฑ์มาบำรุงอยู่ตลอด ก่อนบินต้องทาครีมกันแดด ฉีดน้ำแร่ แต่พอขึ้นบินแล้วปัญหาหน้าแห้งมาเลย ใครเดินทางโดยเครื่องบินบ่อยเข้าใจดี เธอต้องกลับมาทาครีม มาสก์หน้าเป็นประจำ ขับเครื่องบินเรากดดันเกือบตลอดเวลา เครียดตั้งแต่เวลาอยู่บนพื้น เพราะเมื่อได้รับภารกิจมาต้องคำนึงถึงหลายอย่าง ทั้งชีวิตคนบนเครื่อง เครื่องเราพร้อมไหม สนามบินลงได้หรือเปล่า ต้องคอยเช็คสภาพอากาศล่วงหน้า

วันที่ว่างเธอก็ไม่ได้ว่างแค่งานเท่านั้น “พักร่างก็ขอพักหน้าด้วย วันไหนที่ไม่ได้ทำงานก็อยากจะเปลือยหน้าสดไปเลย แต่หน้าก็ต้องดูสุขภาพดีจากการบำรุง ทั้งแดดทั้งแห้ง ถ้าไม่ได้ซีรั่มที่ทำให้ผิวชุ่มชื้นต้องไม่รอดแน่ๆ”

 

ดูแลผิวหน้าคูณสองยังไง ให้ผิวสดใสตั้งแต่เทคออฟถึงแลนดิ้ง

ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิงเท่านั้นที่คอยดูแลผิวให้ดูเนียนนุ่มชุ่มชื่นอยู่เสมอนักบินชายก็ต้องคอยมาถามพวกเธอว่าอะไรใช้แล้วดีผิวไม่แห้งขึ้นไปบนฟ้าแต่ละทีสังเกตดูสิผิวเราขาดน้ำทันทีเลยแม้จะแค่ชั่วโมงเดียวแล้วพวกเขาต้องใช้เวลาอยู่บนฟ้าอย่างน้อยที่สุดอาทิตยละครั้งจะไม่น่าเป็นห่วงได้ยังไง

นักบินหญิงก็ต้องเติมน้ำให้ผิวเหมือนกันนะ  Artistry Hydra-V Serum ราคา 2,250 บาท ค่ะ เป็นขวดที่พิซซ่าต้องมีติดบ้านเลยล่ะ ความเข้มข้นของซีรัมที่ใช้ส่วนผสมบริสุทธิ์จากธรรมชาติทำให้ผิวที่แห้งจากแสงแดดและความกดอากาศได้กลับมาชุ่มชื้นและเก็บความชุ่มชื้นนี้ไว้ในผิวได้นาน ผิวเบา ซีรั่มซึมเข้าผิวได้เร็วมาก ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะกับทุกสภาพผิว ไม่ทำให้ระคายเคืองรูขุมขนเลย

ทีหลังถ้าเพื่อนนักบินถามก็ต้องยื่นขวดนี้ให้ดูเลย พิซซ่าว่า Artistry Hydra-V Serum ทำให้ผิวหน้าอิ่มน้ำไม่เป็นขุยหรือรอยแห้งอีกแล้ว

ผิวไม่แห้ง

ใช้ง่ายด้วยแค่บีบออกมาเป็นเม็ดบีดส์สีฟ้าอ่อนแตกตัวปล่อยส่วนผสมของวิตามินเอ ซีและอี ชุ่มชื้นด้วยไฮดร้า คอมเพล็กซ์ที่มีวิตามินและแร่ธาตุด้วยน้ำจากธารน้ำแข็งฟยอร์ด ประเทศนอร์เวย์ แร่หินสีชมพูจากเทือกเขาหิมาลัยและอาซาอิ เบอร์รี่จากฮาวาย

ผิวไม่แห้ง

แดดก็แดดเถอะ แรงแค่ไหนก็ไม่ห่วงว่าผิวจะไม่ชุ่มชื้นอีกแล้ว

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมกับ Artistry Hydra-V Serum ได้ที่ https://www.facebook.com/artistrythailand/

ขอบคุณรูปจาก สถาบันการบินพลเรือน