“เพราะผิวขาดน้ำไม่ได้”…ความลับผิวสวยที่น้อง Park Shin Hye อยากบอก!

เราสงสัยมานานว่าทำไมผิวสาวเกาหลีเจออากาศเย็นถึงขั้นติดลบ ทำไมผิวของพวกเธอไม่แห้ง ไม่ลอก แถมยังอิ่มน้ำได้ขนาดนั้น ในที่สุดเราก็รู้แล้วว่าคำตอบของผิวชุ่มชื้นมาจากสารสกัดธรรมชาติที่แบรนด์ Mamonde (มามอนด์) ได้วิจัยหาสายพันธุ์ที่ดีที่สุดจากกระเปราะรากดอกนาร์ซิสซัส อ่านแค่นี้ก็จะเห็นความเลอค่าน่าใช้แล้วใช่มั้ยล่ะ? มาดูกันว่าผิวเราจะสดชื่นได้แค่ไหน จะสวยเหมือนน้อง Park Shin Hye เลยหรือเปล่า

อายุ 20 กว่าๆ ผิวก็เริ่มแห้งกร้านซะแล้ว!

ความจริงอาจจะโหดร้าย แต่ถ้ารู้จักดูแลผิวเราเอาไว้ตั้งแต่อายุน้อยๆ ก็คงไม่น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะเราจะเห็นว่าผิวเด็กๆ เนี่ยน่าอิจฉามาก เนียนใสเหมือนลูกโป่งที่เติมน้ำจนเต็ม แต่พอเข้า 20 กว่าๆ เข้าใจแล้วว่าผิวแห้งทำร้ายเราได้ยังไง แต่งหน้าก็ยิ่งเห็นผิวเป็นขุย ท้อแท้ไปกันใหญ่ เพราะผิวเริ่มขาดความชุ่มชื้น เกราะป้องกันชั้นผิวหนังถูกทำลาย อาจเกิดจากการผลัดเซลล์ผิวทุก 28 วัน หรือนอนในห้องแอร์ทั้งคืน นั่งทำงานทั้งวันอยู่กับอากาศแห้งเกิน 10 ชั่วโมง รวมทั้งมลภาวะในสิ่งแวดล้อมต่างๆ ถ้าใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่ไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ในผิวได้ ผิวก็กลับมาแห้งอีกอยู่ดี

น้องปาร์คพาดูความชุ่มชื่นจากธรรมชาติ

หลังจากที่ Mamonde ได้เจอกับคุณค่าสารสกัดที่กระเปราะรากดอกนาร์ซิสซัสที่ฉ่ำน้ำสุดๆ ผู้เชี่ยวชาญของแบรนด์เลยได้ศึกษาลึกลงไปถึง 45 สายพันธุ์ให้ได้สายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติกักเก็บน้ำและล็อคความชุ่มชื่นไว้ใต้ผิวหนังได้นานตลอดทั้งวัน เผื่อใครจะนึกไม่ออกมาดูคลิปวีดีโอนี้ที่น้องปาร์คพาไปดูว่าอุ้มน้ำไว้ได้เยอะขนาดไหน ว้าวววว!!

เท่านั้นยังไม่พอนะ หลังจากที่เจอความลับนี้แล้ว ยังต้องมีนวัตกรรมเจ๋งๆ เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ทำออกมาในรูปแบบแอมพูลและโทนเนอร์ไว้ด้วยกันได้แบบดีงามเหมาะกับสาวไทยผิวขาดน้ำอย่างเราที่สุด มาเป็น Mamonde Floral Hydro Ampoule Toner, 990 บาท

เริ่ดจริงคือคำแรกที่เราบอกเมื่อได้ลองโทนเนอร์ตัวนี้ ใช้หลังทำความสะอาดผิวเป็นขั้นตอนแรก เนื้อบางเบาแตกตัวบนผิวที่ซึมเหมือนโทนเนอร์ด้วยส่วนผสมจากกระเปราะรากดอกนาร์ซิสซัสที่ช่วยผิวเราได้จนต้องอะเมซิ่ง

กระเปราะรากดอกนาร์ซิสซัส…ความลับผิวชุ่มฉ่ำจากธรรมชาติ

ถ้าสาวๆ ได้ดูจากในคลิปจะเห็นว่าหลังจากผ่ากระเปราะรากดอกนาร์ซิสซัสแล้ว มีคุณค่าซ่อนอยู่อย่างเต็มเปี่ยม สารสกัดนี้จะเปลี่ยนผิวให้ดีขึ้นด้วยคุณสมบัติต่อไปนี้

  • ช่วยเติมเต็มกักเก็บน้ำในผิว
  • ฟื้นฟูผิวที่แห้งกร้าน
  • สร้างเกราะป้องกันตามธรรมชาติให้กับผิวที่ขาดน้ำ
  • กระเปราะรากตรงนี้มีโมเลกุลยึดเหนี่ยวความชุ่มชื่นขนาดเล็กของกระไฮยาลูโรนิก ปลอบประโลมผิว
  • ให้ผิวชุ่มชื่นเร็วถึง 90% ทันทีหลังใช้

Tip: ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามระดับโลกของ Mamonde แนะนำว่าให้ใช้ Mamonde Floral Hydro Ampoule Toner ต่อเนื่อง 7 วันเพื่อให้ผลลัพธ์ยาวนานและดีขึ้น แถมยังมั่นใจได้ว่าผิวที่บอบบางจะไม่ต้องเจอกับการแต่งสี สารกันเสียหรือสารสกัดที่มาจากสัตว์ รวมทั้งมิเนอรัลออยล์ ที่มีแว็กซ์เป็นส่วนผสมในการเคลือบผิวอีกด้วย

เติมน้ำให้ผิวด้วยสารสกัดจากดอกนาร์ซิสซัสแบบครบเซ็ต

นอกจากโทนเนอร์ที่มอบความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างเต็มที่แล้ว ยังล็อคความชุ่มชื่นเพิ่มเข้าไปอีกด้วย 4 ผลิตภัณฑ์ในคอลเลคชั่นนี้

  • Mamonde Floral Hydro Emulsion, 800 บาท อีมัลชั่นเนื้อบางเบาแบบน้ำ ลงผิวปุ๊บซึมเข้าผิวได้ไม่เหนียวเหนอะหนะ

  • Mamonde Floral Hydro Eye Gel Cream, 900 บาท คิดดูว่ากลับบ้านแล้วทาเจลเย็นๆ เบาๆ เหมือนน้ำให้ความชุ่มชื่นรอบดวงตา ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่อ่อนล้ามาทั้งวัน

  • Mamonde Floral Hydro Cream, 1,000 บาท ครีมบำรุงบางเบาล็อคความชุ่มชื่นทั้งวัน

  • Mamonde Floral Hydro Mist, 500 บาท ระหว่างวันบูสท์ผิวให้รีเฟรชด้วยละอองมิสท์เบาๆ ลดอุณหุภูมิหลังจากเจออากาศร้อนๆ ด้วยคุณค่าสารสกัดจากดอกนาร์ซิสซัส

สวยแล้วยังใจบุญได้อีก…

เรามีเรื่องดีๆ มาบอกต่อกับสาวคลีโอ เพราะใครที่ซื้อ Mamonde Floral Hydro Ampoule Toner ขนาด 150 มล. พร้อมด้วยผลิตภัณฑ์ไซส์ทดลองอย่าง Mamonde Floral Hydro Emulsion ขนาด 25 มล. และ Mamonde Floral Hydro Cream ขนาด 15 มล. ในราคาชุดละ 990 บาท รายได้จากการขายมูลค่า 50 บาทต่อ 1 ชุด จะสมทบทุนเงินบริจาคเพื่อการวิจัยแก่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ดีต่อใจจริงๆ ค่ะ #WeCanFightCancer #MamondeThailand