สุดยอดความไฮโซ นั่งเครื่องบินส่วนตัว เขาเป็นกันแบบนี้เลย!

ไม่นึกไม่ฝัน ขาตินี้จะได้นั่งเครื่องบินที่เขาเรียกกันเก๋ๆ ว่า “เครื่องบินส่วนตัว” แปลง่ายๆ เลยคือ ทั้งลำมีกัน 8 คนเท่านั้น และบินได้ไกลข้ามประเทศเลย ไฟลท์ของเราคราวนี้ไปฮ่องกง กับทริปสุดอลัง Artistry Jet-Set-Go ที่พาผู้โชคดี 6 ท่าน และเรานี่ล่ะบินไปด้วย เลยขอรายงานตรงให้สาวๆ ได้ฮือฮากัน  

 

11947537_907664869280801_3160478300229371334_n

 

ไฮโซปรี๊ดขึ้นสมอง

ตั้งแต่รถมาจอดที่เทอร์มินัลส่วนตัวเรียกกันว่า The Private Jet Terminal ที่ดอนเมือง คือเป็นตึกเล็กๆ แยกตัวออกมาจากสนามบินเลย พอรถจอดเท่านั้น ก็มีคนออกมารับเราทันที ถือกระเป๋าให้ไปที่เคาน์เตอร์ ขอพาสปอร์ตเรา และก็ให้เราเดินสวยๆ ไปนั่งที่เลาน์จได้เลย คือผ่านทุกขั้นตอนอันยุ่งยาก ไปนั่งสวยอย่างเดียว และที่นี่เขาจะเรียกเราว่า “แขกวีไอพี” พนักงานทุกคนแทบจะมาเข้าเฝ้าเรา ได้หมด ชา กาแฟ น้ำอะไรก็ตาม ไม่ต้องไปหยิบเองเหมือนเลานจ์สายการบินปกติด้วย นั่งรอแป๊บหนึ่งก็มีคนมาบอกเราว่า “ขอเชิญที่อิมมิเกรชั่นค่ะ” ก็เป็นเหมือนห้องเล็กๆ มีเจ้าหน้าที่นั่งในคอก 2 คนตรวจพาสปอร์ตเรา ยิ้มกับเราด้วย แป๊บเดียวเท่านั้น เป็นอันเสร็จ แล้วคราวนี้ก็ถึงตอนตื่นเต้นสุดขีด เครื่องบินมารอแล้ว  

IMG_7034

 

 

เครื่องบินเจ็ทจริงๆ ด้วย

คือตอนแรกก็นึกภาพว่าคงเป็นเหมือนเครื่องบินโบอิ้ง แต่ลำเล็กกว่ามั้ง เอาล่ะ! พวกเราก็เดินออกประตู เข้ามานั่งในรถวีไอพี เหมือนอัลพาร์ดคันใหญ่น่ะ เก้าอี้บนรถใหญ่ยังกะอาร์มแชร์ แป๊บเดียวก็มาถึงเครื่อง ฮ้า!!! ใช่ค่ะใช่!!! มีพรมแดงปูจากรถไปถึงเครื่องบิน พร้อมกัปตันมายืนรอรับ วู้ววว!!! เครือ่งบินเพรียวสีขาวมีแถบเขียว หัวเครื่องปลายพุ่งๆ หน่อย เหมือนนกปากยาว เครื่องเล็กมากจริงๆ เราก็เดินช้าๆ ซึมซับวินาทีขึ้นเครื่องเต็มที่ แล้วเราก็ก้าวขึ้นบันไดไป ตรงนี้ล่ะที่ขอสแน๊ปรูปหันมาโบกมือบ๊าย บาย เหมือนในโฆษณาเป๊ะ!  

IMG_7028

 

บินเจ็ทจะเสียวมั้ยเนี่ย?

ยอมรับว่าแอบมีนอยด์เล็กๆ เหมือนมันว่า เอ๊ย! เครื่องเล็กจะเสียวมั้ย จะปลอดภัยมั้ยเนี่ย ปรากฏว่าพอได้หาข้อมูล พร้อมคุยกับแอร์ โฮสเตสของที่นี่ เขาเล่าว่า เป็นกฏของเขาเลยว่ากัปตันต้องมี 2 คน คนหนึ่งต้องเป็นกัปตันไทย และอีกคนเป็นต่างชาติได้ กัปตันมาแบบจัดเต็ม คือเขาต้องบินเครื่องบินโบอิ้งธรรมดามาไม่ต่ำกว่า 2,500 ชั่วโมง เขาต้องบินรวมเจ็ทนี้ด้วยมาไม่ต่ำกว่า 4,000 ชั่วโมง และเขาต้องผ่านการฝึกพิเศษจากศูนย์ฝึกเครื่องเจ็ทเฉพาะที่อเมริกามาแล้ว และต้องเชี่ยวชาญทุกเส้นทางในโลกด้วย!!! คือปกติเครื่องธรรมดาจะมีกัปตัน 1 คนและโค ไพล็อท แต่เครื่องเจ็ทนี่กัปตัน 2 คนเลย เรื่องความปลอดภัยไม่ต้องห่วงชัวร์ๆ และเครื่องนี้ความจริงบินสูงกว่าเครื่องปกติ คือยิ่งสูงจะยิ่งปลอดภัย เครื่องจะนิ่งอยู่เหนือความแปรปรวนต่างๆ กว่า เปรียบเทียบให้เข้าใจง่ายคือ เครื่องปกติเหมือนรถยนตร์โตโยต้า แต่เครื่องเจ็ทเหมือนเฟอร์รารี่ และเครื่องนี้ยังเคยเป็นเครื่องบินที่บินเร็วที่สุดในโลกด้วย ไม่ต้องห่วงว่าจะแล่นแป้กๆ ช้าๆ เลย พอได้ฟังข้อมูลแบบนี้ คราวนี้บ่ยั่นค่ะ ขอเอนหลังส่องทุกอย่างในเครื่องจริงจังล่ะทีนี้  

IMG_7030

 

ส่องทุกสิ่งในเครื่องเจ็ท

มา! มาดูกันว่าเขาไฮโซกันยังไงบ้าง เริ่มตั้งแต่เก้าอี้ที่นั่ง มาในเบาะสีครีม ประหนึ่งเก้าอี้นวดไฮโซๆ นุ่มก้นดีจริง นั่งแล้วเหมือนนั่นในสปา แต่ละที่นั่งจะมีจอบอกระยะทางละเอียดยิบอยู่ข้างๆ เข็มขัดรัดก็เป็นแบบรัดที่เอวหนึ่งสาย และรัดคาดสะพายบ่าอีกหนึ่งสาย ทางเดินแคบนึดหนึ่งต้องเดินแบบเอาด้านข้างเดิน โต๊ะทานอาหารใหญ่เหมือนที่นั่งเฟิร์ส คลาสส์ในเครื่องบินปกติ เก้าอี้จะหันหน้าเข้าหากันให้เม้าท์มอยได้เต็มที่ และพอเครื่องใกล้ๆ ขึ้น ช่องแอร์จะเป่าแอร์ลงมาเป็นสายงามงดกันล่ะ ห้องน้ำนี่สิฮา คือตอนแรกเรานึกว่าเป็นห้องเก็บกระเป๋า ปรากฏว่ามีอ่านล้างมือ กระจก และเป็นเบาะสีครีมปิดฝาเอาไว้ เปิดมาเป็นที่นั่งเข้าห้องน้ำ ซ่อนไว้เนียนมาก และประตูห้องน้ำเป็นแบบบานเลื่อนปิด 2 บาน พอส่องทุกสิ่งเสร็จ ก็นั่งรัดเข็มขัดเตรียมบินละ   เหินฟ้าแล้ว วิ้วๆๆๆๆ นับถอยหลังยังแทบไม่ทัน คือเหมือนนั่งปั๊บ แล้วก็บินเลย ไม่มีการประกาศใดๆ ให้เวิ่นเว้อด้วยซ้ำ เร็วมาก บินขึ้นแบบหัวตั้งนิดหนึ่ง แต่นิ่ม ไม่มีสะเทือนขวัญใดๆ ตื่นเต้นก็ตรงนี้ล่ะ สนุกดี บินไปจนพ้นแมฆ เราก็เอาเข็มขัดออกได้ แล้วน้องหญิง แอร์ โฮสเตสประจำเครื่องเพียงหนึ่งเดียว ก็เดินเอาผ้าร้อนกลิ่นตะไคร้มาให้ พร้อมเมนูอาหารให้เลือก ถึงรู้ว่าเป็นแอร์ ของเครื่องเจ็ทไม่ธรรมดานะ ก่อนขึ้นเครื่องแขกวีไอพีสามารถสั่งอาหารที่อยากทานได้ แบบว่าข้าวขาหมูตรอกซุง จนไปถึงสเต็กโอเรียนเต็ล น้องหญิงนี่ล่ะจะรับออเดอร์ก่อน แล้วไปควานหามาให้ เราแอบถามว่าแล้วถ้าอยากทานแชมเปญดอม เปอริยองเลยล่ะมีมั้ย น้องหญิงบอก ‘มีค่ะ’ ได้โควต้าไฟลท์ละ 2 ขวดค่ะ กรี๊ดๆๆๆๆ กาแฟที่เสิร์ฟก็ของสตาร์บัคส์นะ ของเรานี่เมนูเป็นติ่มซำ ลูกใหญ่มาก อร่อยมากด้วย น้องหญิงบอกอันนี้มาจากโรงแรมเชอราตันค่ะ กรี๊ดๆๆๆๆ แล้วอาหารจะมาในจานจริงจังเลย ไม่อิ่มขอเพิ่มยังได้อีก น้องหญิงบอกก่อนขึ้นเครื่องเธอต้องปรินท์เมนูเอง จัดจาน และยังเอาจานลงไปหาที่ล้างเองด้วย!!!  

IMG_7044

IMG_7045

IMG_7026

 

 

IMG_7027

IMG_7024

IMG_7023

IMG_7043

 

2 ชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว

IMG_7036

บอกเลยว่านั่งเจ็ทเร็วมาก หันไปเม้าทแป๊บๆ อ้าว! ถึงแล้วเหรอนี่ 30 นาทีก่อนเครื่องลงน้องหญิงก็จะเดินมารัดเข็มขัดให้ทุกคน ไม่ต้องมีปรับเก้าอี้อะไรนะ แล้วเครื่องก็ค่อยๆ แล่นลงแบบนิ่มที่สุด งงมาก ถึงพื้นดินแล้วเหรอนี่ และพอจอดปุ๊บ ลุกปั๊บ ประตูเปิด เดินลงบันไดไปอีกไม่กี่ก้าว เข้าเลานจ์นของที่สนามบินฮ่องกง กระเป๋ามา ออกจากสนามบิน เข้าโรงแรมได้เลย รวมเวลาทั้งหมดตั้งแต่เครื่องขึ้น จนออกก็สองชั่วโมงนิดๆ เอง เริ่ด!! ไฮไลท์อย่างหนึ่งของเราคือ ส่องคนอื่นที่เขามารอขึ้นเจ็ท คือที่ฮ่องกงนี่มีเจ็ทมาจอดเยอะมากๆ ถึงขนาดเครื่องเราไม่มีที่จอด ต้องไปจอดที่มาเก๊า ในเลานจ์มีพนักงานชาวฮ่องกงดูแลเป๊ะเลย เลยได้แอบเหล่คนรวยระดับเช่าเครื่องชั่วโมงละ 2 แสนแบบนี้ได้ เอาเป็นว่าวิวดีทีเดียว  

 

ส่องเพิ่มตามสไตล์…

ขอเจ๊าะแจ๊ะต่ออีกนิด สืบมาได้ความว่า คนที่นั่งเจ็ทส่วนใหญ่รวยจริง และคนจีนนั่งกันเยอะขึ้นมาก หลายๆ คนที่นั่งเพราะไม่อยากให้ใครรู้ตารางชีวิต คือขอเป็นความลับ และห้ามถ่ายรูปเครื่องบินลำอื่นเด็ดขาด หยิบมือถือมา จะมีพนักงานสนามบินเจ็ทเดินมาห้ามเลย ราคาก็อย่างที่บอกชั่วโมงละสองแสนบาท อย่างของที่ Artistry จัดให้เรานั่งมา ไปกลับเหยียบล้านเลย และคนรวยสมัยนี้เขาก็จะซื้อเครื่องเจ็ทของตัวเองไว้บินเล่นๆ บินได้รวดเดียวยาวสุดคือ 6 ชั่วโมง แต่สามารถบินไปไกลอย่างไปอาฟริกาใต้ได้ แต่ต้องพักเติมน้ำมันสัก 3 กะอะไรแบบนี้   เอาเป็นว่าถ้ามีหนุ่มที่ไหนชวนคุณด้วยประโยคว่า “ขึ้นเครื่องเจ็ทกันมั้ยครับ ผมดูแลทุกอย่างเอง” เขารวยจริงแน่นอน!! แต่ถึงไม่มีหนุ่มชวน ซื้อลิปสติกเพียง 1 แท่งของ Artistry แบบนี้ ทำไมเหรอ? ฉันก็มาเจ็ทสวยๆ ได้เหมือนกัน ของคุณอย่างที่สุดกับแคมเปย Jet-Set-Go ช่วยทำฝันให้ผู้หญิงเราเป็นจริง!!!!

IMG_7038

IMG_7035

 

IMG_7032

 

HOROSCOPE