ใครกลัวเจ็บ กลัวเข็ม แต่อยากผิวสวยเฟิร์ม 2 ทรีตเมนต์นี้สิเด็ดจริง!

By Rhapsoly

เดี๋ยวนี้สาวๆ มีทางเลือกมากขึ้น อยากผิวสวยก็ไม่ต้องแลกมากับความเจ็บก็ได้ ที่สำคัญคือเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ทำด้วย งานนี้เราไปลองมาแล้ว  และค้นพบว่าไม่ต้องผ่านความเจ็บปวด ไม่ต้องโปะยาชา ไม่ต้องใช้เข็มฉีดยา แต่ก็ยังได้ผิวสวยเฟิร์ม กระจ่างเปล่งปลั่ง รูขุมขนกระชับ ฯลฯ กลับมาได้

 

2 ทรีตเมนต์สำหรับสาวขี้กลัว

 

1. Fotona 4D

For : เหมาะกับคนที่อยากให้รูปหน้าและผิวเรากระชับขึ้น ดูสดใสเปล่งปลั่งกว่าเดิม ดูเรียบเนียนขึ้นนั่นเอง

How : ตัวนี้จะต้องเป็นคุณหมอทำให้เราเท่านั้น และจะต้องตรวจสอบสภาพผิวหน้าเราก่อน อย่างบริเวณที่มีผดหรือสิวที่กำลังอักเสบก็ต้องเว้นไว้ก่อน เป็นเลเซอร์ตัวล่าสุดที่ใครได้ลองก็บอกว่าดีกัน เพราะทำเสร็จกลับไปทำงานต่อได้เลย ไม่ได้มีเอฟเฟ็คท์ขนาดคนเห็นแล้วต้องทักว่าไปทำอะไรมา อย่างมากผิวก็จะมีความเรื่อๆ นิดหน่อย ไม่นานก็หายเองได้

ซึ่ง Fotona 4D มีความเจ๋งตรงเป็นเลเซอร์สองความยาวคลื่นร่วมกันคือ 1064 nm (Nd YAG) และ 2,940 nm (Er YAG) โดยเร่ิมจากความยาวคลื่น 2,940 nm (Er YAG) ที่ใช้การยิงเลเซอร์เข้าไปในช่องปากเราเลย ไม่ต้องกลัวอารมณ์ก็เหมือนเราไปทำฟันแบบนั้นเลย หัวเลเซอร์ก็จะพอดีกับช่องปาก ยิงจากด้านในกระพุ้งแก้ม และริมฝีปากด้านบนและล่าง คุณหมอต๋อง xxx บอกว่านี่คือวิธีที่เวิร์คที่สุด เพราะเลเซอร์จะตรงเข้าไปที่ผิวในชั้น  mucosa ที่ทำจากช่องปากแล้วจะเข้าถึงได้ตรงกว่าจากผิวหน้าด้านบน และทำให้กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดีกว่า อ้อ! อย่างที่บอกว่าไม่เจ็บ ส่วนที่ทำไปคือไม่มีความรู้สึกอะไรมากไปกว่าอุ่นๆ เท่านั้นเอง

หลังจากนั้นก็จะใช้เลเซอร์ความยาวคลื่น 1,064 nm (Nd YAG) ยิงเบาๆ ทั่วหน้า เน้นพิเศษตรงที่จุดด่างดำ จะช่วยให้สีผิวสม่ำเสมอขึ้น อันนี้ก็บอกเลยว่าไม่มีความเจ็บเลย แต่เสียงอาจจะเปรี๊ยะๆ นิดนึง แต่ความจริงคือบนผิวและความรู้สึกเราคือไม่เห็นมีอะไรนี่นา

เสร็จแล้วจะใช้เลเซอร์ความยาวคลื่น 1,064 nm (Nd YAG) ยิงซ้ำเข้าไปที่ผิวหน้า ทำให้ผิวมีการสะสมความร้อนมากขึ้นในผิวชั้นลึกหรือ Dermis และตรงเข้าไปกระตุ้นเส้นใยคอลลาเจนให้กลับมาแน่นและกระชับขึ้น ผลที่ได้คือผิวเราก็จะรู้สึกแน่นๆ ขึ้นนั่นเอง

และขั้นสุดท้ายก็คือคุณหมอจะใช้เลเซอร์ความยาวคลื่น 2,940 nm (Er YAG) ที่ผิวหน้าเราอีกครั้ง เป็นตัวที่ทำหน้าที่ผลัดเซลล์ผิวชั้นบนของเรา เพื่อให้เปล่งปลั่งมีความกระจ่างนั่นเอง

หลังจากทำเสร็จก็แค่อุ่นๆ ผิวอาจจะผ่าวๆ ช่วงแรกเพราะสะสมความร้อนจากเลเซอร์มาหลายชั้น ที่เห็นจากภายในก็แค่ผิวเรื่อๆ เหมือนออกกำลังกายมา คุณหมอบอกว่าแต่งหน้าได้เลย ไม่มีอะไรต้องระวังเป็นพิเศษ อาจจะมีแค่ช่วงอาทิตย์แรก หรือ 3-4 วันเป็นช่วงที่ผิวจะเร่ิมผลัดเซลล์เก่าออก จะแห้งๆ เป็นขุยๆ บ้าง ผิวจะคล้ายตารางเบาๆ แต่แต่งหน้าหน่อยก็พอจะพรางได้อยู่ แต่ที่เน้นเลยคือควรบำรุงผิวให้เยอะๆ เพราะผิวจะแห้งมาก และอย่าลืมทากันแดดทุกวันเป็นประจำ แต่ช่วงนั้นก็รู้สึกได้เลยว่าผิวมีความแน่น กระชับขึ้นเยอะเลย หลังจากเซลล์ผิวเก่าหลุดออกไป ตรงที่เราเคยเป็นกระก็รู้สึกว่าจางลงกว่าเดิมนะ คุณหมอบอกว่าถ้าอยากมาทำซ้ำก็สามารถทำได้หลังจากทำครั้งแรกไปแล้ว xx อาทิตย์

สรุปว่าดีงามสมใจ เหมาะกับคนที่ชีวิตนี้เจอมาเยอะ ไม่อยากเจ็บอีกแล้ว ตัวนี้ดีเริ่ดมากๆ อยากให้ไปลองกัน

Remark : แต่ก่อนไปทำตัว Fotona 4D ภายใน 2 อาทิตย์ ต้องไม่มีการทำเลเซอร์ หรือโบท็อกซ์ใดๆ บนหน้ามาเลย เพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองได้

 

2. Meso Placenta

For : เป็นอีกหนึ่งทรีทเมนต์สำหรับคนที่รู้สึกว่าผิวเริ่มพังๆ เจออากาศเปลี่ยนบ่อยๆ จนมึน หรือไม่ก็เดินทางถี่เหลือเกิน ผิวงงว่าเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวก็หนาว ปรับตัวแทบไม่ทัน ลองหาตัวช่วยดูแลผิวด่วนๆ ปรับบาลานซ์ให้ผิวกลับมาจุดปกติด้วยทรีทเมนต์นี้ดู

How : บอกเลยว่าไม่มีแม้แต่ความเจ็บสักนิดเดียว เป็นการใช้เครื่องเมโสดูแลผิวเราง่ายๆ หลับๆ อยู่ไม่มีสะดุ้ง นอนเพลินลืมเวลาตื่นมาผิวสวยขึ้นได้เลย เพราะ Meso Placenta จะส่งผ่านยาด้วยกระแสไฟฟ้า (ionwave) ที่มีความถี่และระยะการปล่อยกระแสไฟฟ้าที่เหมาะกับผิวเรา แต่ไม่เจ็บเลยนะไม่ต้องกลัว แต่จะแค่รู้สึกเหมือนมีกระแสเบาๆ ลงไปที่ผิวเรา วิธีนี้จะช่วยให้ผิวจัดเรียงตัวใหม่ เป็นช่องว่างเล็กๆ (Micro Channel) ที่ผนังเซลล์ที่พร้อมรับสารอาหาร เพื่อให้ผิวกลับมาฟื้นฟูตัวเองให้สวยเหมือนเดิม หลังทำแล้วเรารู้สึกเลยว่ามันดีงามขึ้นจริงๆ รู้สึกแรกคือผิวนุ่มลื่น มีความเนียนขึ้น ที่ตามมาคือมีความแน่นๆ เหมือนผิวเรากระชับขึ้นนั่นเอง คิดดูสิว่านี่เพิ่งทำไปแค่ครั้งเดียว ถ้าทำต่อเนื่องอาทิตย์ละครั้ง อย่างน้อย 10 ครั้ง ผิวจะสวยเวอร์เปล่งปลั่งแค่ไหน เพราะตัวนี้จะช่วยเรื่องริ้วรอย จุดด่างดำ ฝ้ากระให้เราไปพร้อมกับช่วยลดเม็ดสีบนผิวให้เราด้วย

แนะนำให้กลับบ้านไปแล้ว ลองดูแลผิวซ้ำด้วย Dii Time Reversal Essence Toner, 850 บาท นี่คือน้ำตบเอสเซนส์ที่เราลองแล้วชอบเลย เพราะเป็นน้ำแร่จากเทือกเขาแอลป์ที่ช่วยลดอาการแดง อักเสบและแห้งตังหลังล้างหน้า แล้วยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุจากธรรมชาติ พร้อม Biodetox ที่ช่วยให้ผิวกระจ่าง และ Natural Lactic Acid ช่วยผลัดเซลล์ผิว อีกอย่างคือใช้แล้วช่วยให้รูขุมขนเล็กลงด้วย ดีงามมาก Dii Time Reversal Clay Mask, 850-1,500 บาท มาส์กบูสเตอร์ที่ช่วยกู้ผิวให้กลับมาสวยได้ เป็นเคลย์มาส์กที่มีส่วนผสมของ Blue Green Algae สกัดเข้มข้มจากสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่ช่วยดูดซับรังสี UV และ Gigawhite สารสกัดพืชพรรณจากเทือกเขาแอลป์ ที่ป้องกันการสร้างเม็ดสีเมลานิน และ Bisabolol สกัดจาก Chamomile ช่วยปลอบโยนผิวจากแสงแดด ทั้งหมดจะช่วยดีท็อกซ์สิ่งสกปรกตกค้างที่ผิว ช่วยเติมความชุ่มฉ่ำให้ผิวดูสดชื่น ปรับสีผิวให้เปล่งปลั่งกระจ่างสดใสและช่วยกระชับรูขุมขนด้วย

Where : ทั้งสองทรีทเมนต์นี้ แวะไปลองได้ที่ Dii Aesthetic Institute ชั้น 2 Exchange Tower อโศก โทร. 0-2258-3642

 

HOROSCOPE