รับมือกับปัญหาสิวด้วย 5 เซ็ต กู้ผิวสวยในวันสำคัญ

“สิว” คำง่ายๆ ที่จี๊ดถึงหัวใจ ไม่ว่าอยู่ในช่วงอายุไหน ก็สลัดออกไปไม่ได้สักที ยิ่งช่วงไหนมีนัดสำคัญ หรือเป็นเทศกาลแห่งการโชว์ผิวนะ เจ้าสิวก็ชอบงอแง ผุดขึ้นมาเซย์ไฮกันแบบไม่ทันตั้งตัว ว่าแล้วคลีโอผู้เผชิญชะตากรรมเดียวกันกับสาวๆ ก็ไม่ยอมนิ่งนอนใจ งัดทีเด็ดกับ 5 เซ็ตดูแลผิวเป็นสิว ไม่ว่าจะสิวแบบไหน เราเอาอยู่ ตั้งแต่ขั้นตอนทำความสะอาด บำรุง ไปจนถึงเสกผิวให้ยุบแบบเร่งด่วน ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ตามมาเลยคร้า

ปราบสิวอยู่หมัดด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ กับ Skin Solution Complex Anti Acne จาก Oriental Princess

ต้องกรีดร้องกับเซ็ตนี้ น้องๆ เค้าเปิดตัวมาได้อย่างเจ้มจ้น ถึง 6 Step กับ 6 หนุ่ม #ล้างตบกลบแต้ม ชูจุดเด่นของนวัตกรรมเวชสำอางธรรมชาติด้วยคุณค่าสารสกัดลิขสิทธิ์ธรรมชาติ Natural Expert Care™ ช่วยดูแลปัญหาผิวมัน และสิวทุกประเภทให้แห้ง และยุบตัวเร็ว พร้อมยังไปลดพวกการอุดตันของผิว ลดการสะสมของแบคทีเรีย การเกิดสิวซ้ำ รอยแผล และอาการระคายเคืองแดง รวมไปถึงทำให้กระบวนการผลัดเซลล์ผิวเราเป็นไปอย่างปกติ ใครที่เป็นสิว เป็นๆ หายๆ มาโดนสักเซ็ตจะรู้ว่า เวทมนตร์น่ะมีอยู่จริง

สเต็ป 1: Anti Comedone Cream (245 บาท) เป็นสิว แล้วผิวก็มันอีก ลองเลยทา Pre-wash ตัวนี้ทิ้งไว้ 15 นาทีก่อนล้างหน้า นอกจากให้พวกสิ่งสกปรกหลุดง่ายขึ้น แล้วสิวยังไม่ขึ้นซ้ำด้วยนะ

สเต็ป 2 : Deep Cleansing Gel (215 บาท) เนื้อเจลแบบบางเบา เวลาล้างหน้าจะไม่ทำให้ผิวแห้ง กลับกัน คือ ทำความสะอาดผิวหมดจด และไม่มันเลยค่ะ ชอบมาก/ Crystal Clear Soup (195 บาท) สำหรับหน้ามันมากหรือสิวที่หลัง

สเต็ป 3 : Pore Tightening Toner (215 บาท) เพิ่มความมั่นใจว่าผิวเราต้องสตรอง ด้วยโทนเนอร์สักนิด ใช้ไปสักระยะรอยแดงๆ อาการระคายเคืองลดลงไม่ต้องแปลกใจ เพราะนางดูแลความมันที่เป็นต้นเหตุของสิว

สเต็ป 4 : Oil Control Moisturiser SPF15 (365 บาท) ตอนเช้าให้ใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์หลอดนี้ ช่วยดูแลปรับสมดุลผิวคุมมัน แถมมีค่า SPF ที่ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดด้วย ส่วนตอนกลางคืน Clarifying Night Serum (355 บาท) หลอดนี้จะไปสร้างผิวใหม่ให้กับผิวที่มีรอยด่างดำจากสิว แล้วยังฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายจากพวกฝุ่นควัน เหงื่อ หรือมลภาวะที่เราเจอ

สเต็ป 5 : Anti Acne Spot Cream (265 บาท) ก่อนสตาร์ทรถก็แต้มวนไป ทำให้สิวยุบใน 48 ชม. ไปถึงหน้างานสิวยุบพอดีก็มี หรือแต้มก่อนนอน เช้ามาหัวสิวที่กำลังจะอักเสบ ก็ขอตัวไปไหนไม่รู้ไม่เห็นอีกเลยจ้า

สเต็ป 6 : Anti Acne Concealer (265 บาท) แต่งหน้าชิลล์ๆ ได้แบบไม่ต้องห่วงสิว เพราะมีคอลซีลเลอร์รักษาสิวเนื้อดี๊ดีคอยดูแล ปกปิดเนียนกริบแถมรักษาสิวให้ยุบใน 24 ชม. แล้วยังไม่อุดตันด้วย แบบนี้ชอบเว่อร์

สรุปและนะ : ราคาน่ารักแถม Step ครอบคลุม ดูแลผิวเป็นสิวตั้งแต่ต้นตอจนถึงปกปิดเรียบเนียน และใช้ง่ายมาก เนื้อดีทุกตัว เหมือนออกมาแบบเข้าใจอากาศบ้านเราอ่ะ อีกทั้งแต่ละสเต็ปก็คิดมาแล้วว่าเพื่อผิวเป็นสิวจริงๆ ใครที่อยากได้ทั้งเรื่องบำรุง และเมคอัพเบาๆ เซ็ตนี้ให้เป็นตัวเลือกแรกๆเลย ผิวดูดี สิวหายใน 2 สัปดาห์ ก็รักษาเองได้ด้วยตัวเอง


อควาพลัส Acne Treatment System #สามสเต็ปจบเรื่องสิว

มีเวลาไม่มาก ไม่ชอบขั้นตอนเยอะ และต้องการเติมน้ำให้ผิวด้วยแนะนำว่า Salicylic Acid ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของแบรนด์นี้ก็มาช่วยเรื่องปัญหาสิวอุดตันได้ดี จะเรียกว่าเป็นการดูแลแบบง่ายๆ ด้วย 3 ขั้นตอน สำหรับปัญหาสิว และผิวมันก็ไม่ผิดนัก กระซิบนิดว่าเค้าปรับสูตรใหม่ เซ็ตนี้ชะลอการอุดตันของรูขุมขน และยังไปป้องกันการเกิดสิวใหม่ด้วย

สเต็ป 1 : Daily Cleanser (990 บาท) ออกมาเป็นสูตร Oil-free ช่วยทำความสะอาดผิว ขจัดสิ่งสกปรก ความมันส่วนเกิน และผลัดเซลล์ผิวเก่าไปในขั้นตอนเดียวเลย

สเต็ป 2 : Refreshing Toner (990 บาท) ไม่อยากให้มองข้ามโทนเนอร์ไป เพราะถ้าผิวเราผลัดเซลล์ได้ดี เวลาลงครีมบำรุงก็จะดีมาก ซึ่งอันนี้เค้าให้ผิวกระจ่างใสด้วย อ่ะน่าลอง

สเต็ป 3 : Spotter Gel (890 บาท) ให้ลงมอยส์เจอร์ที่ชอบ และเพิ่มด้วยเจลแต้มสิวของเค้านี่แหละ นางมาพร้อมนวัตกรรมใหม่ ช่วยลดสาเหตุการเกิดสิว  บรรเทาการอักเสบ ลดการระคายเคือง และเคลียร์รอยแดงให้ผิวกริบ

สรุปและนะ : ราคาแรงนิดๆ ใช้เป็นตัวเสริมกับครีมที่ใช้ประจำได้ โดยเฉพาะขั้นตอนทำความสะอาด ให้ความชุ่มชื่นกับผิวได้ดี ไม่ทำให้ผิวระคายเคือง ลดความมัน ตลอดจนน้ำมันที่ผิวได้ เวิร์คอยู่นะ


Innisfree Bija Cica #ไลน์นี้ปราบสิวซะอยู่หมัด

อีกหนึ่งแบรนด์สัญชาติเกาหลี ที่ไม่ได้มีดีแค่กรีนทรี สำหรับไลน์นี้ได้ชูจุดเด่น ด้วยการเอาผลจันทน์เทศ มาผสานกับสารสกัดบริสุทธิ์อย่างใบบัวบก และวิตามินบี 5 ช่วยในการปกป้องผิวจากปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะผิวที่อักเสบ แพ้ง่าย หรือผิวที่เป็นสิว ด้วยผลิตภัณฑ์งานดีอยู่หลายตัว ไล่ไปตั้งแต่เซรั่ม เอสเซ้นส์ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ หรือแม้แต่มาส์ก ที่ลดอาการแดง อาการระคายเคือง และฮีลล์ผิวได้แบบข้ามคืน

สเต็ป 1: Bija Cica Essence (1,060 บาท) ขั้นแรกให้บำรุงผิวด้วยเนื้อที่เบาและสบายผิวก่อน อย่างขวดนี้ไม่ทิ้งความเหนอะหนะ นวดเบาเวลาซึมลงผิวจะให้เนื้อแมทท์คล้ายแป้ง

สเต็ป 2 : Bija Cica Intense Balm (1,060 บาท) เนื้อบาล์มเข้มข้น ทำหน้าที่เป็นมอยส์เจอร์บำรุงผิว ให้ชุ่มชื่นด้วย และยังดูแลรอยสิว และผิวที่ระคายเคือง สามารถแต้มเฉพาะจุดซ้ำไปตรงที่เป็นสิวได้นะ

สเต็ป 3 : Bija Cica Balm (860 บาท) แต่ถ้าจะให้เจาะจงจริงๆ แนะนำหลอดนี้ เป็นเนื้อเจลที่บางเบา แต้มตรงไปก็ซึมไว แถมสิวยุบทันใจอีกด้วยนะเธอ

สเต็ป 4 : Bija Cica Mask (640 บาท) เราชอบที่เค้ามีมาส์กสำหรับผิวเป็นสิวอยู่ในไลน์นี้ แล้วแผ่นมาส์กก็รู้สึกไม่อึดอัด ทำให้ผิวได้ผ่อนคลายไปพร้อมการบำรุง ที่ช่วยลดการระคายเคืองได้ดี

สรุปและนะ : บัดเจ็ทพอจะเอื้อมถึง เป็นอีกไลน์ที่ผิวแดงระคายเคือง และมีอาการแพ้ง่ายควรหามาใช้ แต่ถ้าจะให้เจาะจงไปที่สิวเลยโดยตรงอาจจะต้องใช้คู่กับตัวแต้มสิว หรือมาส์กโคลนที่ช่วยดูดซับความมัน


#รอยสิวผิวมันรูขุมขนกว้าง จัดการด้วย Effaclar จาก La Roche Posay

อีกหนึ่งแบรนด์ที่ออกผลิตภัณฑ์มาเพื่อผิวเป็นสิวโดยเฉพาะ มั่นใจได้ถึงความปลอดภัย ทั้งยังการันตีโดยแพทย์ และมีจำหน่ายในโรงพยาบาลมากมาย แต่ก็อาจจะต้องมีบัดเจ็ทแตะพัน ไปถึงพันต้นๆ ถ้างบพอเราว่าแบรนด์นี้น่าสนใจตรงที่ทุกตัวของเค้าทำมาเพื่อผิวเป็นสิว เนื้อเบา ไม่หนัก ไม่เหนอะ ไม่มีทั้งพาราเบน สารกันเสีย แอลกอฮอล์ และยังมีให้เลือกหลากหลายตามแต่ละประเภทผิว ถ้าใครเลือกไม่ถูกนี่เลย 4 สเต็ปง่ายๆ ข้างล่างนี้

สเต็ป 1: Micellar Water Oily Skin (1,000 บาท) ไหนใครชอบแต่งหน้ายกมือขึ้น หาไมเซลล่าลำบากใช้มะ ขวดนี้สำหรับผิวเป็นสิวโดยเฉพาะ บอกเลยว่าคลีนได้เกลี้ยงเว่อร์ และละมุนกับผิวมากๆ ไม่ทำให้ผิวแห้งเลย

สเต็ป 2 : Effaclar Purifying Foaming Gel (290 บาท) ก็ถ้าผิวมันด้วย เป็นสิวด้วย เค้าว่าใช้แบบเจลอ่ะดี โดยเฉพาะหลอดนี้ ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย พร้อมขจัดสิวอุดตันด้วยสูตรที่ไม่มีน้ำหอม

สเต็ป 3 : Effaclar DUO(+) (990 บาท) มอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเบา ช่วยลดทุกปัญหาสิว ไม่ว่าจะสิวอุดตัน รอยแดง รอยดำที่เกิดจากสิว หรือโอกาสที่เราจะกลับมาเป็นสิว หรือที่เรียกว่าสิวซ้ำซาก จะหมดไปแบบเนียนๆ

สเต็ป 4 : Effaclar A.I (800 บาท) แก้ต้องแก้ให้ตรงจุด ถ้าจะลดรอยสิว ก็ปาดไปเฉพาะจุดที่อยากดูแล ผิวจะเรียบเนียนขึ้น ใช้ต่อเนื่องรอยก็จะลดลง ทั้งยังไม่ทำให้ผิวมัน และลดการเกิดสิวซ้ำซ้อนด้วย

สรุปและนะ : รู้สึกอุ่นใจ อาจจะเพราะมีขายในโรงพยาบาล อีกทั้งใครที่ต้องการดูแลผิวมากกว่าเรื่องสิว ลาโรซก็จะแอดวานซ์มีให้เลือกเยอะ เราสามารถจับแมตต์ได้ตามไลฟ์สไตล์ โดยที่แต่ละตัวเน้นเพื่อผิวเป็นสิวโดยเฉพาะ


Dermalogica Medibac #มือปราบสิวอักเสบ ใน 4 ขั้นตอน

สิวอักเสบหนักมาก เอาไม่อยู่ กู้อย่างไรก็ไม่กลับมา อาการแบบนี้ต้องใจเย็นๆ และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผิวสิวอักเสบโดยเฉพาะ อย่าง Dermalogica Medibac ไลน์นี้จะเข้าไปดูแล 4 สาเหตุหลักๆ ของการเกิดสิว ไม่ว่าจะต่อมไขมันที่ทำงานมากไป เซลล์ที่เสื่อมสภาพ แบคทีเรีย และการลุกลามของสิว โดยเค้าจะแบ่งสเต็ปการดูแลที่ชัดเจนตั้งแต่การทำความสะอาด เดย์ครีม ไนท์ครีม และมาส์ก ทำให้โฟกัสไปที่สิวได้อย่างตรงจุด

สเต็ป 1: Clearing Skin Wash (1,900 บาท) เป็นสิวอักเสบถ้าไม่ได้เจลล้างหน้าดีๆ ผิวก็จะยิ่งระคายเคือง ฉะนั้นทางแก้หลอดนี้เลย อ่อนโยนกับผิว แต่ก็ไม่ทำให้เกิดสิวซ้ำ

สเต็ป 2 : Subum Clearing Masque (2,150 บาท) สิวอักเสบอาจจะต้องมีขั้นตอนเสริม อย่างการมาส์กหน้าเพื่อดูดความมันส่วนเกิน หรือลดอาการผิวอักเสบลงบ้าง และเนื้อมาส์กเย็นๆ หลอดนี้ ตอบโจทย์ดีนัก

สเต็ป 3 : Oil Control Lotion (2,100 บาท) ทำความสะอาดผิวแล้วก็ตามด้วยโลชั่นเนื้อเบา ช่วยดูดซับความมันส่วนเกิน ช่วยให้ลงครีมบำรุงต่อไปได้ดี

สเต็ป 4 : Oil Free Matte SPF30 (2,750 บาท) ตอนเช้าผิวต้องการทั้งบำรุง และปกป้อง ฉะนั้นขวดนี้มี SPF30 ช่วยแก้ปัญหาสิวอักเสบ และมีกันแดดที่ไม่ทำให้ผิวเหนอะ ส่วนตอนกลางคืนให้ลง Overnight Clearing Gel (2,350 บาท) เป็นโลชั่นที่ช่วยให้สิวอักเสบแห้งเร็วขึ้น มีหน้าที่ลดรอยสิว และลดอาการระคายเคืองไปด้วยพร้อมกันในตอนนอน

สรุปและนะ : เซ็ตมาสายสิวจัดเต็ม สิวอักเสบ สิวรุกหนัก ต้องโดนสกัดด้วย 4 สเต็ปในแต่ละวัน เนื้อเค้าจะเบา และออกแบบมาให้ใช้ควบคู่กัน เพื่อการเห็นผลที่ไวขึ้น แต่ด้วยบัดเจ็ทที่สูงพอสมควร เรามองว่าถ้าต้องลงทุนเพื่อแก้ปัญหาสิวที่คิดไม่ตก ก็น่าสนใจนะ

HOROSCOPE