จดลงลิสต์ #โลชั่น2018 ตัวไหนดี ตัวไหนปัง สาวออฟฟิศมีไว้ผิวไม่พังแน่นอน

วันนี้ขอว่ากันด้วยเรื่องไลฟ์สไตล์สาวๆกันดีกว่า ที่แต่ละวันต้องเจอฝุ่นควัน อากาศร้อน ผิวแห้ง เนื่องจากเดี๋ยวต้องไปเจอแดด เดี๋ยวต้องเข้ามานั่งทำงานห้องแอร์ หรือแม้แต่การนั่งทำงานในที่อุณหภูมิต่ำเป็นเวลานานๆ สถานการณ์แบบนี้น่ะ เราอาจจะไม่รู้ตัวเลยว่า… ความชุ่มชื่นของผิวได้สูญเสียไปแบบเนียนๆ นำมาซึ่งผิวที่แห้ง ขาดน้ำ และเกิดริ้วรอยในที่สุด

อ่อแล้วอย่าคิดว่าแค่ผิวกายไม่เป็นไรนะคะ สมัยนี้เสื้อผ้าโชว์ผิวเยอะเหลือเกิน ถ้าอยากจะใส่ให้สวยแบบโชว์ผิวไม่เสีย ก็ต้องรู้จักดูแลกันหน่อย ฉะนั้นนอกจากการดื่มน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงแสงแดด การบำรุงผิวด้วยโลชั่น หรือครีมที่อุดมด้วยมอยส์เจอร์เซอร์ก็สำคัญไม่แพ้กัน ว่าแล้วคลีโอเลยรวมลิสต์โลชั่นน่าใช้ที่ออกใหม่ในช่วงนี้ ตัวไหนดี ตัวไหนโดน อยู่ด้านล่างนี้แล้วจ้า

1.Eucerin pH5 Hydro Serum (400 มล. 495 บาท)

ใครที่รักในความเข้มข้นของส่วนผสม แต่โปรดปรานเนื้อครีมที่เบา เหลว และไม่เหนียวเหนอะหนะ มาลองตัวนี้เลยจ้า เซรั่มบำรุงผิวที่ลงไปแล้วเนื้อแตกตัวเป็นน้ำ คือ ลองแล้วกรี๊ดเลย เนื้อของน้องเค้าเฟิร์สอิมเพรสชั่นสุดๆ ใช้แล้วก็อยากใช้อีก นี่ถ้าก่อนหน้าใครใช้ pH5 lotion หรือ pH5 lotion F แล้วติดว่าเนื้อค่อนข้างหนัก อยากให้ได้มาลองตัวนี้เลยจ้า เหมาะกับคนผิวแห้งมากๆ แต่ไม่ชอบความเหนอะหนะ ซึ่งจะหน้าร้อน หน้าหนาว ลองมาแล้วพูดได้ว่ารักกว่าตัวเดิมๆ ที่เคยใช้มา ทั้งเนื้อ ส่วนผสม และกลิ่นไม่ทำร้ายจมูก ทำให้ใช้ได้ทุกวัน เหมาะกับสาวออฟฟิศที่ต้องอยู่ในห้องแอร์ก็ผิวชุ่มชื่น ออกไปทานข้าวกลางวันก็ผิวไม่เหนอะ สุดท้ายเลิกงานแล้วผิวก็ยังสวย ว่าไปของดีไม่ต้องพูดเยอะ แนะนำว่าไปลองแล้วจะติดใจแบบเรา

2.Cerave Moisturizing Lotion (473 มล. 690 บาท)

ขวดนี้เนื้อเป็นโลชั่น ใช้ได้กับทั้งผิวหน้า และผิวกาย มีส่วนผสมของเซราไมด์ที่จำเป็นต่อผิวถึง 3 ชนิด โดยสกัดจากพืชธรรมชาติ และผสมกับไฮยาลูรอนิกแอซิด เหมาะกับสาวๆที่ผิวแห้ง ไปถึงแห้งมาก เนื้อค่อนข้างเบา ลงแล้วสบายผิว ส่วนผสมของเค้าก็ไม่มีทั้งน้ำหอม สารที่ก่อให้เกิดการอุดตัน ฉะนั้นใครกลัวแพ้ บอกเลยว่าขวดนี้ไม่ทำร้ายยูว์จ้า

3.Sabai Arom Jasmine Infusion Body Cream (200 กรัม 379 บาท)

ใครสายผ่อนคลาย แนะนำให้หยิบหลอดนี้ ครีมบำรุงผิวกายที่อัดแน่นด้วยคุณค่าน้ำมันเมล็ดชา และน้ำมันรำข้าว ซึ่งมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูงมากกกก นอกจากจะเข้าไปช่วยซ่อมแซม และปกป้องผิวที่แห้งแล้ว นางมาสายอารมณ์ ช่วยให้ผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้กลิ่น ลงผิวที่ไรอยากจะลอยไปอยู่ในดงมะลิทุกทีเลย

4.Aveeno Skin Relief Moisturizing Lotion (354 มล. 499 บาท)

เด็กใช้ได้ ผู้ใหญ่ใช้ดี เนื้อเข้มข้นเหมาะกับผิวที่แห้งมาก และต้องการดูแลแบบถึงใจ ตัวนี้เนื้อโลชั่นที่ไม่ถึงกับเบาเว่อร์ แต่ก็ไม่หนักไป ให้ความชุ่มชื่นได้ดี ช่วยแก้อาการผิวแห้งแตก ผื่นคัน และผิวที่เกิดอาการระคายเคือง หรือไหม้แดด พอลงไปที่ผิวปุ๊บ เก็บล็อคความชุ่มชื่นปั๊บ สังเกตสิลงเช้าอยู่ห้องแอร์ทั้งวันเลิกงานผิวยังไม่แห้งเลย

5.The Face Shop Avocado Body Lotion (300 มล. 269 บาท)

ถ้าใครชอบอโวคาโด้ ก็ต้องรักขวดนี้ เนื่องจากแบรนด์ได้จัดเต็มมากตั้งแต่เรื่องกลิ่นที่หอมสดชื่น ให้ความรู้สึกถึงธรรมชาติของผลอโวคาโด้ และสารสกัดที่ใช้ผลอโวคาโด้สดถึง 3,000 มิลลิกรัม ผสานเข้ากับ Water Capture System จาก Hyaluronic acid และ Cellulose ฉะนั้นไม่เพียงแค่ผิวที่ชุ่มชื่น ยังเนียนใส และดูเปล่งประกายสุขภาพดี

6.Cetaphil Moisturizing Lotion (200 มล. 700 บาท)

อีกขวดที่สามารถทาได้ทั้งผิวหน้า และผิวกาย เหมาะกับสาวผิวบอบบางแพ้ง่าย โดยเนื้อเป็นโลชั่นที่ไม่หนักมาก ส่วนผสมของเค้าในสุตรนี้จะเน้นไปที่ Avacado Oil ใครที่ชอบกลิ่นแนวนี้ต้องเลิฟ สามารถใช้ทุกวันทั้งตอนเช้า และเย็น หรือใครที่ผิวแห้งมาก็ทาระหว่างวันได้ (ถ้าไม่กลัวเหนะเวลาออกนอกสถานที่) ให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น ได้ดีและไม่อุดตันรูขุมขน ส่วนของความอ่อนโยนนั้นไม่มีทั้งน้ำหอม และแอลกอฮอล์ ฉะนั้นใช้ดีวางใจได้

7.Jergens Daily Moisture Dry Skin Moisturiser (650 มล. 295 บาท)

ไม่ได้มาแค่ความชุ่มชื่น แต่พกความกระจ่างใสมาแจกจ่ายให้สาวๆด้วยเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Hydralucence ให้สังเกตหลังลงมอยส์เจอไรเซอร์ผิวจะดูวาวเบาๆ โดยที่ส่วนผสมจากซิตรัส และซิลก์โปรตีน ก็ยังคงช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม และชุ่มชื่น แต่ด้วยเนื้อที่เข้มข้น ไม่เหมาะกับการลงตอนอากาศร้อนนะ ส่วนความหอมนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นของฟรุตซอร์เบต์ ดอกฟรีเซีย และดอกลิลลี่

HOROSCOPE